ReadyPlanet.com
dot dot
สมันตมุขปริวรรต สัทธรรมปุณพริกสูตร กวนอิม พระอวโลกิเตศวร




สมันตมุขปริวรรต สัทธรรมปุณฑริกสูตร

 

 

&&&&&&&&&&&&&&&&&&&&&&&&&&&&&&&&

     อรรถกถาปริศนาธรรมที่แฝงเร้น

ในสัทธรรมปุณฑริกสูตร

บทที่ 25

อวโลกิเตศวรสมันตมุขปริวรรต

มหากรุณาธิคุณและมหาปัญญาธิคุณของ

พระอวโลกิเตศวรมหาโพธิสัตว์กวนอิม

อรรถกถาธรรม โดย อริยะ สุพรรณเภษัช

 

&&&&&&&&&&&&&&&&&&&&&&&&&&&&&&&

 

DOWNLOAD เพื่อการอ่านPDF

 

&&&&&&&&&&&&&&&&&&&&&&&&&&&&&&&&

 


 

 

บทนำ

 

สัทธรรมปุณฑริกสูตร เป็นพระสูตรใหญ่ที่สำคัญยิ่งในพุทธศาสนาฝ่ายมหายาน  เป็นสัทธรรมที่พระพุทธเจ้าได้เทศนาไว้ในช่วง 8 ปีสุดท้ายก่อนปรินิพพาน

มีวัตถุประสงค์เพื่อสอนสั่งสำหรับสาวกและพระโพธิสัตว์ที่มีความปรารถนาพุทธยานเป็นพระพุทธเจ้าในอนาคต  นอกจากพระสูตรนี้แล้ว สำหรับผู้ที่ปรารถนาพุทธยาน ยังมีพระสูตรอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับพุทธยานอีกหลายพระสูตรที่พระพุทธเจ้าได้เทศนาไว้ในช่วงกลางและช่วงปลายของชีวิตของพระพุทธองค์ได้แก่ วัชรสูตร ปรัชญาปารมิตาสูตร มัญชุศรีปรัชญาปารมิตาสูตร  วิมลเกียรตินิทเทสสูตร ศรีมาลาเทวีสีหนาทสูตร เป็นต้น โดยจะเน้นคำสอนในเรื่องสุญญตา ซึ่งเป็นคำสอนที่จำเป็นอย่างยิ่งยวดสำหรับสาวกและพระโพธิสัตว์ผู้ที่มีความปรารถนาพุทธยาน แต่ไม่ใช่เป็นคำสอนสำคัญที่จำเป็นสำหรับสาวกอื่น ๆ ผู้ปรารถนาเพียงสาวกยานเพราะเพียงพระสูตรสำคัญที่พระองค์เทศนาสั่งสอนไว้ในช่วงแรกของพระพุทธองค์ก็เพียงพอต่อการบำเพ็ญปฏิบัติเพื่อการหลุดพ้นแล้ว    

เนื้อหาในสัทธรรมปุณฑริกสูตร ที่มีจำนวน 28 บทนั้น แต่ละบท จะแบ่งออกเป็นสองภาค ภาคแรกจะเป็นส่วนที่เป็นความเรียง(ร้อยแก้ว) ภาคที่สองจะเป็นส่วนที่เป็นคาถาประพันธ์(ร้อยกรอง)   บางบทเนื้อหาพระสูตรของทั้งสองภาคก็มีเนื้อหาเหมือนกัน  บางบทก็มีเนื้อหาที่แตกต่างกันเล็กน้อย หรือบางบทก็มีเนื้อหาที่แตกต่างกันอย่างมากก็มี  บางบทมีเนื้อหาสำคัญเฉพาะภาคความเรียง(ร้อยแก้ว)บางบทมีเนื้อหาสำคัญเฉพาะที่ภาคคาถาประพันธ์(ร้อยกรอง)   ดังนั้นการอ่านสัทธรรมปุณฑริกสูตรจึงต้องอ่านทั้งสองภาคจะเลือกอ่านเฉพาะภาคความเรียง(ร้อยแก้ว)หรือคาถาประพันธ์(ร้อยกรอง) หาได้ไม่เพราะจะทำให้ขาดเนื้อหาในพระสูตรที่สำคัญไปเสีย

สำหรับการอรรถกถาธรรมในพระสูตร ในช่วงแรกของการศึกษาพระสูตร ข้าพเจ้ามีความตั้งใจที่จะอรรถกถาพระสูตรทั้งฉบับ  เพราะมีปริศนาธรรมและข้อค้นคว้ามากมายที่ข้าพเจ้าได้พบเจอและไม่มีการอรรถกถาในเรื่องดังกล่าวมาก่อน  ตัวอย่างเช่น เรื่องการที่พระมหากัสสปะถูกตำหนิติเตียนจากคณะสงฆ์ฝ่ายเหนือที่ส่วนใหญ่จะตั้งความปรารถนาพุทธภูมิเป็นพระพุทธเจ้าในอนาคต ในเรื่องของการตัดพระสูตรสำคัญที่พระองค์ทรงเทศนาไว้ในช่วงกลางและปลายชีวิตเกี่ยวกับพุทธยาน เช่น วิมลเกียรตินิทเทสสูตร ปรัชญาปารมิตาสูตร วัชรปรัชญาปารมิตาสูตร  สัทธรรมปุณฑริกสูตรฯ ทั้งหมดออกจากพระไตรปิฎก   จนทำให้เกิดการแตกแยกออกเป็นพุทธศาสนาฝ่ายหินยานและมหายานในที่สุด ทั้งยังถูกติเตียนในเรื่องดังกล่าวนี้มาตลอดมานับได้กว่าสองพันปี เช่น กรณีคำติเตียนของศานติเทวะ เป็นต้น  ซึ่งจากการค้นคว้าของข้าพเจ้าพบว่าปริศนาธรรมที่เป็นแรงบันดาลใจที่ทำให้พระมหากัสสปะได้เลือกตัดสินใจแบบนั้น โดยไม่ลังเลใจ ข้อเฉลยของปริศนาธรรมที่จะสามารถล้างมลทินนับพันปีของพระมหากัสปะก็ซ่อนอยู่ในสัทธรรมปุณฑริกสูตรนี้

 

 ยังมีปริศนาธรรมอย่างอื่นในพระสูตรที่น่าสนใจ เช่น ปริศนาธรรมของพระโพธิสัตว์จากรอยแยกของแผ่นดิน เหตุใดจึงมีพระโพธิสัตว์ที่ได้รับคำสอนสั่งจากพระพุทธเจ้าจึงมีปริมาณมากมายนัก ทั้งที่พระพุทธเจ้ามีเวลาเทศนาสั่งสอนไม่กี่สิบปี    หรือปริศนาในวิหารธรรมของพระพุทธองค์และการปฏิบัติสมาธิแบบลึกลับสำหรับผู้ปรารถนาพุทธยาน ที่มีแนวทางอยู่ในพระสูตร แต่กลับมีหลักการปฏิบัติแอบแฝงซ่อนเร้นอยู่ในสองพระสูตรที่ทุกคนหมางเมินในพระไตรปิฏก นอกจากนี้ยังมีปริศนาธรรมในนิทานนับสิบเรื่องที่พระพุทธองค์ยกตัวอย่างไว้เหมือน เป็นนิทานประกอบคำสอนซึ่งน่าสนใจเหมือนกรณีศึกษาของหลักสูตรบริหารธุรกิจ ปริศนาธรรมบทว่าด้วยธารณีที่มีคุณวิเศษในการคุ้มครองรักษาสำหรับผู้รักษาพระสูคร หรือปริศนาธรรมในการรักษาโรคที่มิใช้แค่รักษาโรคแต่เป็นแนวทางบรรลุนิพพาน หรือปริศนาธรรมการเป็นพระพุทธเจ้าของพญามาร เป็นต้น

 

แต่เนื่องจากพระสูตรนี้มีความยาวมาก  ถ้าจะเลือกทำทั้งหมดจะต้องใช้เวลายาวนานและสิ้นเปลืองทุนทรัพย์จำนวนมาก  กอร์ปกับได้ทบทวนวรรณกรรมพบว่า  มีการอรรถกถาสัทธรรมปุณฑริกสูตรที่เขียน โดย ดร.ไดชาขุ อิเคดะ ปัญญาแห่งสัทธรรมปุณฑริกสูตรเล่ม1-6   ซึ่งเขียนไว้ดีมาก ก็เลยอยากแนะนำให้ผู้สนใจในพระสูตรนี้ได้อ่าน

เหตุที่เลือกบทที่ 25 อวโลกิเตศวรสมันตมุขปริวรรต มหากรุณาธิคุณและมหาปัญญาคุณของพระอวโลกิเตศวรมหาโพธิสัตว์กวนอิมกับการรับฟังเสียงร่ำร้องของโลก เนื่องจากข้าพเจ้ามีความเคารพศรัทธาในพระอวโลกิเตศวรมหาโพธิสัตว์กวนอิมมากเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว ทั้งได้แต่งหนังสืออรรถกถาปรัชญาปารมิตาหฤทัยสูตรได้สำเร็จเสร็จสิ้นลงไป จึงอยากอรรถกถาพระสูตรสำคัญที่เกี่ยวกับพระอวโลกิเตศวรให้ครบถ้วน ทั้งยังพบว่ายังไม่เคยมีใครเคยอรรถกถาโดยละเอียดมาก่อน ดังนั้นข้าพเจ้าจึงได้ตัดสินใจทำอรรถกถาบทนี้เป็นตำราอรรถกถาฝ่ายมหายานเล่มที่ 4

ก่อนการจัดทำตำราอรรถกถาฉบับนี้  ข้าพเจ้าได้เดินทางไปที่เขาเอ๋อเหมยซานหรือเขาง่อไบ๊   มณฑลเสฉวน ประเทศสาธารณรัฐประชาชนจึน เพื่อไปกราบมนัสการพระสมันตภัทรมหาโพธิสัตว์ซึ่งพระองค์เป็นพระโพธิสัตว์ที่ทำหน้าที่ดูแลรักษาพระสูตรนี้ เพื่อขออนุญาตอย่างเป็นทางการต่อหน้าพระองค์ท่าน ที่ยอดเขาง่อไบ๊ พบว่าการเดินทางนั้นเป็นไปด้วยความยากลำบาก เพราะต้องเดินทางด้วยรถที่ขับวกวนในการขึ้นเขากว่าสองชั่วโมง มีอาการเมารถวิงเวียนอยู่บ้าง จากนั้นต้องขึ้นรถกระเช้าแบบเคเบิ้ลคาร์ขึ้นต่อไปเป็นระยะที่สอง ต่อจากนั้นต้องเดินขึ้นเขาด้วยบันไดที่สูงชันอย่างต่อเนื่องประมาณสองกิโลเมตร คุณพระคุ้มครองเพราะเขาง่อไบ๊สูงมากมีออกซิเจนน้อย และพบว่าตัวเองเริ่มมีอาการแพ้ที่สูง(Altitude Sickness) คือ หัวใจเต้นแรงผิดปกติ ซึ่งเป็นอาการที่ไม่เคยเป็นมาก่อน แต่เท่าที่ได้ศึกษามาเมื่อขึ้นที่สูงต้องระมัดระวังเป็นอย่างยิ่งเพราะถ้าไม่ระวังให้ดีอาจเกิดการเหนื่อยจนเป็นลม มีอาการสมองบวม และอาจถึงกับเสียชีวิตได้ ก่อนหน้านี้เคยลองสอบถามกระป๋องสเปรย์บรรจุออกซิเจนเพื่อป้องกันอาการเหล่านี้แต่ไม่มีขายในร้านค้าบนเขาและไม่สามารถนำมาจากประเทศไทยได้  จึงต้องดูแลตัวเองค่อยๆ เดินขึ้นไปช้าๆ และหยุดเดินเป็นช่วงๆ ไป  คณะทัวร์ที่มาด้วยเขาออกเดินทางนำหน้าไปจนหมด  เราได้แต่โบกมือให้เขาไปก่อนเพราะเราจะค่อย ๆ ย่องไป เพื่อรักษาชีวิตไว้  ในที่สุดข้าพเจ้าก็เดินทางถึงจุดพักอาหารกลางวัน  พอรับประทานอาหารกลางวันเสร็จ

ข้าพเจ้าก็เดินขึ้นยอดเขาเพื่อไปมนัสการรูปหล่อพระสมันตภัทรมหาโพธิสัตว์ทรงช้างเผือก 6 งา และวิหารทองคำจินติ่งบนยอดเขา   ข้าพเจ้ามีเวลา 1 ชั่วโมงบนยอดเขานั้น แต่ก็พบอุปสรรคสำคัญคือเกิดหมอกหนาทึบปกคลุมยอดเขาหมด จนข้าพเจ้าเมื่อขึ้นถึงยอดเขาแล้วไม่สามารถเห็นพระพักตร์ท่านได้ชัดเจนเลย  ข้าพเจ้าได้แต่รอจนเหลือเวลาแค่ 10 นาที หมอกก็ไม่จางเลยยังมองพระพักตร์ได้ไม่ชัดเจน ข้าพเจ้าก็สวดอธิษฐานต่อหน้ารูปหล่อท่านว่า  ตัวข้าพเจ้าเดินทางมาไกลข้ามน้ำข้ามทะเลมา เพื่อขออนุญาตทำอรรถกถาสัทธรรมปุณฑริกสูตรต่อท่าน ณ ยอดเขาง่อไบ๊นี้  การเดินทางมาลำบาก เสี่ยงภัยต่อชีวิต ข้าพเจ้าจึงขออธิษฐานต่อว่าภายใน 1 ชั่วโมงที่ข้าพเจ้ามีเวลาที่อยู่บนเขาได้ ถ้าภายใน 1 ชั่วโมงนี้หมอกไม่เปิดให้เห็นพระพักตร์ แสดงว่าพระองค์ท่านไม่ประสงค์ที่จะให้ข้าพเจ้าทำการอรรถกถาพระสูตรนี้ ซึ่งถ้าท่านไม่ประสงค์แล้ว  ข้าพเจ้าก็จะไม่ทำพระสูตรนี้อีกเลยและข้าพเจ้าจะไม่เสี่ยงชีวิตขึ้นมาเสี่ยงบารมีอีกเพราะการเดินทางขึ้นมาอันตรายมาก

 

แต่ถ้าท่านได้ทรงเห็นความอุตสาหะมานะพยายามของข้าพเจ้า และข้าพเจ้ามีบุญบารมี มีพันธะกิจในอดีตชาติที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับพระพุทธเจ้าในอดีตมาก่อนก็ขอให้หมอกหนาทึบที่ปิดบังพระพักตร์ของรูปหล่อพระสมันตภัทรมหาโพธิสัตว์ให้สลายหายไปจนเห็นพระพักตร์ได้ชัดเจน ผ่านไป 50 นาที เหลือเวลาอีกเพียง 10  นาทีสุดท้าย  ซึ่งจะถึงเวลาที่ไกด์นัดให้ลงจากยอดเขาไปยังจุดนัดพบทางด้านล่าง

ข้าพเจ้าจึงไปนั่งสมาธิรอที่หน้าวิหารทองจินติ่ง เป็นโอกาสสุดท้ายแล้ว อาจเป็นเพราะมีบารมีธรรมที่จะได้ทำพระสูตรนี้หริอเคยมีอดีตชาติที่อาจเกี่ยวข้องกับพระพุทธเจ้ามาก่อนในอดีต  ไม่น่าเชื่อว่าเกิดปรากฎการณ์มหัศจรรย์ที่ฉับพลันหมอกหนาที่ปิดบังพระพักตร์อยู่ได้เลื่อนเปิดออกเห็นพระพักตร์ของพระองค์ท่านอย่างชัดเจน ข้าพเจ้าด้วยความดีใจได้รีบเอากล้องมือถือถ่ายวิดีโอภาพเหตุการณ์สำคัญนี้ไว้ได้  รวมเวลาที่หมอกที่ถูกลมพัดพาได้เปิดให้เห็นพระพักตร์เป็นเวลา 2 นาที

 

 

ข้าพเจ้าดีใจมากที่คำอธิษฐานได้สำเร็จผลทุกประการตามที่ได้ตั้งใจปรารถนาไว้ พระองค์ท่านตอบรับให้ข้าพเจ้าได้ทำอรรถกถาในพระสูตรนี้แล้ว ไม่เสียแรงที่ข้ามน้ำข้ามทะเลมากราบมนัสการท่าน  ขอให้พระองค์ท่านสมันตภัทรมหาโพธิสัตว์ดูแลรักษาพระสูตรนี้ได้อำนวยพรให้การอรรถกถาพระสูตรนี้ประสบความสำเร็จตามที่ตั้งจิตปรารถนาตามวัตถุประสงค์ทุกประการ

สำหรับก่อนการดำเนินการทำหนังสืออรรกถาสัทธรรมปุณฑริกสูตร บทที่25 สมันตมุขปริวรรต มหากรุณาธิคุณและมหาปัญญาคุณของพระอวโลกิเตศวรมหาโพธิสัตว์กวนอิมกับการรับฟังเสียงร่ำร้องของโลกนี้ ได้ทำการทบทวนวรรณกรรมเอกสาร ที่เคยมีการอรรถกถาธรรมสัทธรรมปุณฑริกสูตรในบทนี้ พบว่ายังไม่มีหนังสือที่เป็นอรรถกถาที่ละเอียดสมบูรณ์มาเป็นหลักในการอรรถกถาได้เลย  การทบทวนวรรณกรรมเท่าที่พบเป็นการอรรถกถาเพียงบางข้อความของพระสูตรบทนี้เท่านั้น  ได้แก่ หนังสือพระคัมภีร์กวนอิมมหาโพธิสัตว์ แปลโดยเสถียร โพธินันทะ  หนังสือปัญญาแห่งสัทธรรมปุณฑริกสูตร เล่ม 6 ของท่านไดซาขุ อิเคดะ

 

นอกจากนี้ยังได้ศึกษาจากวิดิทัศน์คำบรรยายเรื่องตามรอยพระโพธิสัตว์ ของท่านวิศวภัทร แห่งอารามวัตรมหายาน  จากรายการพุทธปัญญาภิรมย์มาช่วยประกอบในการอรรถกถา ที่สำคัญที่สุดคือการตีความในอรรถกถาธรรมส่วนใหญ่ ได้การยึดแนวทางการอรรถกถาธรรมในสัทธรรมปุณฑริกสูตรของท่านเว่ยหล่าง จากหนังสือเว่ยหล่างสูตรมาเป็นหลักในการตีความ

ด้วยเนื้อหาในพระสูตรบทนี้มีเนื้อหาที่เกี่ยวข้องกับการบูรณาการของศาสตร์ต่าง ๆ จำนวนมาก เช่น ความรู้การเกี่ยวกับสมอง สมาธิ ดนตรี โยคะศาสตร์ จักระ พุทธศาสตร์ แพทย์ศาสตร์ จิตวิทยา การบริหาร ศาสตร์พระราชา ฯ  ทำให้เป็นอุปสรรคของการอรรถกถาพระสูตรนี้ตั้งแต่ในอดีตถึงปัจจุบัน ยังไม่มีการค้นคว้าวรรณกรรมพบเจอว่ามีผู้อรรถกถาพระสูตรบทนี้โดยละเอียดมาก่อน เนื่องจากผู้อรรถกถาส่วนใหญ่เป็นนักบวชหรือฆราวาสที่มีความรู้เฉพาะในทางธรรม ขาดความรู้ในศาสตร์ต่างๆที่จำเป็นในทางโลกจึงทำให้การอรรถกถาพระสูตรทำได้ยาก

 

 

เนื่องจากข้าพเจ้ามีพื้นฐานปริญญาตรีทางด้านวิทยาศาสตร์และการบริหารธุรกิจ-การบริหารการศึกษา เคยเป็นอาจารย์สอนในคณะบริหารธุรกิจและบัณฑิตวิทยาลัย ทั้งยังเคยศึกษาวิจัยและเป็นวิทยากรเกี่ยวกับงานด้านดนตรีบำบัดเพื่อการพัฒนาศักยภาพสมองศึกษาดนตรีกลุ่มคลาสสิค ดนตรีพื้นเมือง ดนตรีพัฒนาคลื่นสมอง ดนตรีจักรา ดนตรีเทพเจ้าจักราโดยผลิตตำราเกี่ยวกับดนตรีเพื่อการพัฒนาศักยภาพสมองไว้สามเล่ม ทั้งได้รับรางวัลงานวิจัยดีเด่น ของสช. ในเรื่องดังกล่าว รวมทั้งเคยค้นคว้าและอบรมความรู้เกี่ยวกับทางจิตวิญญาณในด้านต่างๆ ได้แก่ สุญญตาสมาบัติ โยคะศาตร์ จักระศาสตร์ พลังงานแห่งตาที่สาม พลังงานกายทิพย์ สหัสจโยคะ วิชาพลังจักรวาลระดับ 7 พิเศษ สมาธิธิเบต พลังงานหินและแร่ งานวิจัยเกี่ยวกับพลังงานของธาตุตระกูลเหล็กไหล งานวิจัยเกี่ยวกับแร่ธาตุกับการพัฒนาสมาธิและยกระดับจิตวิญญาณ งานวิจัยพลังงานของผงพุทธคุณห้าประการในพระสมเด็จ การวิจัยพลังงานในพระเครื่องและพลังจิตวิญญาณในเครื่องลาง ทั้งยังได้ค้นคว้าวิจัยเกี่ยวกับการพัฒนาสมาธิในรูปแบบต่าง ๆ  มามากมายนับร้อยสำนัก

 

ความรู้ด้านพระสูตรมหายาน ได้ศึกษาเกี่ยวกับพระสูตรฝ่ายลัทธิมหายานและพระสูตรฝ่ายลัทธิเถรวารจำนวนมากรวมทั้งความรู้เกี่ยวกับอภิธรรมที่เป็นประโยชน์อย่างยิ่งต่อการปฏิบัติเพื่อการบรรลุนิพพาน นอกจากนี้ยังได้ทำหนังสือเป็นอรรถกถาเกี่ยวกับพระสูตรฝ่ายมหายาน ไว้ 3 เล่ม ได้แก่ วัชรปรัชญาปารมิตาสูตร 2 เล่ม และ ปรัชญาปารมิตาหฤทัยสูตร ทำให้พอมีความรู้กว้างขวางอยู่บ้างในเรื่องดังกล่าว จึงขอใช้ความรู้ต่าง ๆ เพื่อใช้อรรถกถาธรรมพระสูตรบทนี้อย่างกว้างขวาง และอาจจะไม่เหมือนอรรถกถาธรรมที่ผ่านมาในอดีตอย่างสิ้นเชิง

เมื่อได้ทำการอรรถกถาพระสูตรในภาคความเรียง(ร้อยแก้ว)เรียบร้อยแล้ว พอเริ่มทำการการอรรถกถาพระสูตรนี้ในภาคคาถาประพันธ์(ร้อยกรอง) นี้  หลังจากการอ่านไปรอบแรกแบบคร่าวๆ ก็พบเหมือนกับว่าในท่อนนี้ที่มีเนื้อหาที่ใกล้เคียงกับเนื้อหาในภาคความเรียง(ร้อยแก้ว)  

 

 

การอรรถกถาในระยะแรกค่อนข้างมีความยากลำบากเพราะเกรงว่าการอรรถกถาที่เกิดขึ้นอาจจะได้เนื้อหาที่ซ้ำซ้อนใกล้เคียงกัน แต่เมี่อพิจารณาใคร่ครวญอย่างละเอียด พร้อมสวดอ้อนวอนขอพลังเมตตาและพลังปัญญาบารมีของพระพุทธเจ้าและพระอวโลกิเตศวรมหาโพธิสัตว์กวนอิมช่วยไขแสงแห่งปัญญาข้าพเจ้าให้แก้ไขสถานการณ์ที่ยากลำบากนี้    พลันได้พิจารณาพบมหัศจรรย์ของคำสอนของพระพุทธองค์ในบทนี้ จึงเกิดแนวคิดที่จะใช้อรรถกถาธรรมตีความปริศนาธรรมในภาคนี้ในอีกแง่มุมหนี่งอย่างพิศดารที่แตกต่างออกไปกับการอรรถกถาในภาคคาถาประพันธ์(ร้อยแก้ว)  ที่เรียกว่า 3 มายา 10 อาวุธกิเลส 

ซึ่งถ้าอ่านอย่างผิวเผินอาจค้นไม่พบเพชรเม็ดงามที่ซ่อนเร้นอยู่ สำหรับบางเนื้อหาก็เป็นเพียงเนื้อหาที่ดำเนินเรื่องไปในแบบพื้นๆที่ไม่มีปริศนาธรรมให้ค้นหา ที่มีเพียงส่วนน้อยมาก จึงข้ามการอรรถกถาในเนื้อหาพระสูตรส่วนนั้นไป

 

 

ขอมอบกุศลที่เกิดขึ้นในการทำหนังสือเล่มนี้กับพระพุทธเจ้าสมณโคดม พระพุทธเจ้าทุกพระองค์ พระอวโลกิเตศวรมหาโพธิสัตว์กวนอิม พระสมันตภัทรมหาโพธิสัตว์ พระมัชฌูศรีมหาโพธิสัตว์ พระโพธิสัตว์ทุกพระองค์ บิดาที่ล่วงลับ มารดา ครูบาอาจารย์ต่างๆ ที่ประสิทธิ์ประสาทความรู้ เจ้ากรรมนายเวร ขอขอบคุณนิรนามที่แปลพระสูตรฉบับภาษาอังกฤษเป็นภาษาไทย ขอขอบคุณนางสาวสุภาภรณ์แจ้งแก้ว ที่ช่วยจัดเรียงรูปเล่ม และขออภัยบางสิ่งที่อาจจะขาดตกบกพร่องไปบ้าง  หวังว่าหนังสือเล่มนี้จะเป็นประโยชน์ต่อท่านผู้อ่านไม่มากก็น้อย

 

                                   อริยะ สุพรรณเภษัช   

                                         อรรถกถา

                                       25 ก.พ. 2563

         

 

 

 

 

 

 

ปริศนาธรรมที่แฝงเร้นในสัทธรรมปุณฑริกสูตร

 

บทที่ว่าด้วย

 

มหากรุณาธิคุณและมหาปัญญาธิคุณของ

พระอวโลติเกศวรมหาโพธิสัตว์กวนอิม

กับการรับฟังเสียงร่ำร้องของโลก

 

อรรถกถา ตอนที่ 1

ภาคความเรียง(ร้อยแก้ว)

 

 

At that time the bodhisattva Inexhaustible Intent immediately rose from his seat, bared his right shoulder, pressed his palms together and facing the Buddha, spoke these words: "World-Honored One, this Bodhisattva Perceiver of the World's Soundswhy is he called Perceiver of the World's Sounds?

 

ในเวลานั้นพระอักษยมติโพธิสัตว์ (พระโพธิสัตว์ผู้มีความตั้งใจอย่างลึกล้ำ/อย่างไม่มีที่สิ้นสุด) ได้ลุกขึ้นจากที่นั่ง ลดจีวรเฉวียงบ่าขวา พนมมือและหันหน้าไปทางพระพุทธองค์แล้วทูลถามว่า ข้าแต่พระผู้มีพระภาคเจ้า พระอวโลกิเตศวรโพธิสัตว์ (พระโพธิสัตว์ผู้รับฟังเสียงร่ำร้องของโลก)นี้ ทำไมท่านถึงได้รับสมญานามว่า ผู้รับฟังเสียงร่ำร้องของโลก พระพุทธเจ้าข้า ?

 

 

 

อรรถกถา : เหตุที่พระอวโลกิเตศวรมหาโพธิสัตว์กวนอิม ได้รับสมญานาม ว่า ผู้รับฟังเสียงร่ำร้องของโลกเกิดจากที่พระองค์ได้ตั้งมหาปณิธานไว้ว่า “ เมื่อใดที่เสียงคร่ำครวญทุกข์ร้อนของสรรพสัตว์ทั้งหลายยังไม่หมดไปจากโลกนี้ เราจะไม่ขอเข้าสู่ปรินิพพาน”

ด้วยการที่พระอวโลกิเตศวรมหาโพธิสัตว์กวนอิม ทรงตั้งมหาปณิธานเป็นผู้รับฟังเสียงร่ำร้องของโลก ก็คือ การที่ทรงรับฟังเสียงความทุกข์ของผู้คนทั้งหลายทั้งในโลกนี้และในสหโลกธาตุอื่นๆ เป็นการแสดงความเมตตากรุณาและความโอบอ้อมอารีของพระอวโลกิเตศวรมหาโพธิสัตว์กวนอิม เป็นอย่างสูง ทำให้พระองค์ได้ทรงลงไปร่วมทุกข์กับผู้คนทั้งหลายอย่างแท้จริง  สิ่งที่พระองค์ตั้งจิตที่จะอธิฐานเพื่อเอาชนะปัญหาของผู้อื่นเสมือนหนึ่งว่าเป็นปัญหาของตนเอง นับว่าพระองค์เป็นผู้ที่ให้ความสำคัญกับสรรพสัตว์อย่างแท้จริงซึ่งพระองค์ได้แสดงความเมตตาการุณย์ที่คล้ายความรักแบบมารดา  เป็นความรักและความห่วงใยโดยไม่มีเงื่อนไข ทำให้พระองค์ได้รับความนิยมมากจากมหาชนผู้ศรัทธาและได้รับการเคารพบูชาอย่างกว้างขวาง

 

 

"If someone, holding fast to the name of Bodhisattva Perceiver of the World's Sounds, should enter a great fire, the fire could not burn him. This would come about because of this bodhisattva's authority and supernatural power.

ถ้ามีใครสักคน ยึดมั่นในนามของพระอวโลกิเตศวรโพธิ์สัตว์(พระโพธิสัตว์ผู้รับฟังเสียงร้องของโลก)แม้เขาตกอยู่ในกองเพลิงขนาดใหญ่ เปลวเพลิงก็มิอาจเผาไหม้เขาได้ ที่เป็นดังนี้ก็เพราะอำนาจและอิทธิฤทธิ์ของพระโพธิสัตว์องค์นี้

อรรถกถา : กองเพลิง เปรียบได้กับ กองกิเลส คือ ความโลภ ความโกรธ ความหลง  สัตว์ถ้าจิตใจถูกไฟแห่งกิเลสลุกท่วม จะมีอารมณ์และจิตใจที่เร่าร้อนทุรนทุรายด้วยอำนาจแห่งไฟแห่งกิเลสดังกล่าว  ดังนั้นถ้ายึดถือคำสอนของพระอวโลกิเตศวรมหาโพธิสัตว์กวนอิม ตามปรัชญาปารมิตาหฤทัยสูตร พิจารณาด้วยปัญญาเห็นว่ากิเลส 3 คือ ความว่าง และจิตใจมิได้ยึดมั่นถือมั่นต่อกิเลส 3 เหล่านั้น  จะทำให้จิตใจมีความเบาสบายและสุขสงบ  ไฟหรือความทุกข์ที่เกิด จากกิเลส3 ก็จะระงับดับไป

If one were washed away by a great flood and called upon his name, one would immediately find himself in a shallow place.

และถ้าหากมีใครถูกกระแสน้ำขนาดใหญ่พัดพาและเขาระลึกถึงนามของพระโพธิสัตว์องค์นี้ เขาจะพบตัวเองอยู่ในที่น้ำตื้นในทันที

อรรถกถา : กระแสน้ำขนาดใหญ่   น้ำ เปรียบได้กับ ความคิดเห็นที่ผิดเป็นมิจฉาทิฏฐิ  ทำให้เราต้องจมดิ่งอยู่ในวัฏสงสารไม่อาจหลุดพ้นทุกข์ได้ กระแสน้ำ คือ กระแสระลอกคลื่นแห่งกิเลสทีเป็นแรงสนับสนุนพัดพาทำให้อารมณ์และจิตใจของเราเร่าร้อนวุ่นวายเพิ่มขึ้นด้วยอำนาจแห่งกระแสระลอกคลื่นน้ำแห่งกิเลสดังกล่าว 

ดังนั้นถ้ายึดถือคำสอนของพระอวโลกิเตศวรมหาโพธิสัตว์กวนอิม ตามปรัชญาปารมิตาหฤทัยสูตร พิจารณาด้วยปัญญาเห็นว่ามิจฉาจิต  ควรกำจัดด้วยการปฏิบัติตามคำสอนของพระพุทธองค์ ทางแห่งการพ้นทุกข์คือ มรรค 8   และกำจัดระลอกคลื่นแห่งกิเลส 3  ด้วยการพิจารณาด้วยปัญญาเห็นกิเลส 3 คือ ความว่าง ทั้งจิตใจมิได้ยึดมั่นถือมั่นต่อกิเลส 3 เหล่านั้น  จะทำให้จิตใจมีความเบาสบายและสุขสงบ  กระแสน้ำขนาดใหญ่ที่จะพัดพาเราให้จมดิ่งในท้องน้ำคือความทุกข์ที่เกิดจากมิจฉาจิตก็จะระงับไป  ท้องน้ำพาลตื้นเขินด้วยเหตุที่มิจฉาจิตสูญหายไป ทำให้เรายืนได้อย่างมั่นคงในน้ำที่ตื้นจนยืนได้ ปราศจากอันตราย

 

"Suppose there were a hundred, a thousand, ten thousand, a million living beings who, seeking for gold, silver, lapis lazuli, seashell, agate, coral, amber, pearls, and other treasures, set out on the great sea. And suppose a fierce wind should blow their ship off course and it drifted to the land of rakshasa demons. If among those people there is even just one who calls the name of Bodhisattva Perceiver of the World's Sounds, then all those people will be delivered from their troubles with the rakshasas. This is why he is called Perceiver of the World's Sounds.

สมมติว่ามีสรรพสัตว์จำนวนหนึ่งร้อย พัน หมื่น ล้าน ผู้ซึ่งแสวงหาทองคำ เงิน ไพฑูรย์ หอยสังข์ หินโมรา หินปะการัง อำพัน ไข่มุกและสมบัติมีค่าอื่นๆ ออกเดินทางไปในทะเลใหญ่ และสมมติว่าลมพายุได้พัดพาเรือของพวกเขาออกนอกเส้นทาง หลงเข้าไปในดินแดนของปีศาจรากษส

ถ้าในท่ามกลางคนเหล่านั้นแม้เพียงคนเดียว  เอ่ยนามของพระอวโลกิเตศวรโพธิ์สัตว์(พระโพธิสัตว์ผู้รับฟังเสียงร้องของโลก) คนเหล่านั้นทั้งหมดจะรอดพ้นอันตรายจากพวกรากษส นี่คือเหตุที่พระโพธิสัตว์องค์นี้ได้รับสมญานามว่า ผู้รับฟังเสียงร้องของโลก

อรรถกถา :สรรพสัตว์ผู้แสวงหาทรัพย์สมบัติ   เปรียบได้กับ ผู้ที่มีจิตยึดมั่นถือมั่นและมีความโลภในทรัพย์สมบัติอันมีค่า  ออกเดินทางด้วยเรือไปในทะเลใหญ่ เปรียบเหมือน การเดินทางด้วยจิตใจที่เป็นมิจฉาจิต  พบลมพายุ เปรียบได้กับกระแสระลอกคลื่นแห่งกองกิเลส คือ ความโลภ ความโกรธ ความหลง  ถูกพัดพาหลงเข้าไปในดินแดนของปีศาจรากษส เปรียบได้กับ ความหลงผิดทะยานอยากไปกับความเท็จ

การที่แม้เพียงตนเดียวในท่ามกลางคนเหล่านั้นเอ่ยนามของพระอวโลกิเตศวรมหาโพธิสัตว์กวนอิม คนเหล่านั้นทั้งหมดจะรอดพ้นจากพวกรากษส ดังนั้น แม้เพียงคนเดียวยืนหยัดด้วยความมุ่งมั่นตั้งใจ ถ้ามีคนที่มีความศรัทธาแน่วแน่และจริงใจปรากฏออกมา ก็จะยังประโยชน์แก่ทุกคนที่อยู่ในชุมชนเดียวกันได้ เพราะชีวิตของพวกเขามีความเชื่อมโยงกัน  ดั่งคำสอนของพระองค์ที่กล่าวว่า อะไรก็ตามที่เป็นรูป คือความว่าง อะไรก็ตามที่เป็นความว่าง หมายถึงทุกสรรพสิ่งต่างก็เป็นสิ่งเดียวกัน   ทุกสรรพสิ่งต่างก็เชื่อมโยงต่อกัน  ไม่มีสิ่งใดที่แยกอยู่อย่างโดดเดี่ยวเป็นอิสระ

ดังนั้นการที่พวกเขาที่ยืนหยัดแม้เพียงคนเดียวก็ย่อมจะสามารถนำครอบครัว ญาติพี่น้อง ชุมชน สังคม และคนทั้งหมดในกลุ่มของเขาไปสู่ทิศทางแห่งความสุข  รอดพ้นจากภัยอันตรายทั้งปวงได้

The Buddha said to Bodhisattva Inexhaustible Intent: "Good man,suppose there are immeasurable hundreds, thousands, ten thousands, millions of living beings who are undergoing various trials and suffering. If they hear of this bodhisattva Perceiver of the World's Sounds and single-mindedly call his name, then at once he will perceive the sound of their voices and they will all gain deliverance from theirtrials.

 

พระพุทธองค์ตรัสตอบแก่พระอักษยมติโพธิสัตว์ (พระโพธิสัตว์ผู้มีความตั้งใจอย่างลึกล้ำ/อย่างไม่มีที่สิ้นสุด)ว่า สาธุชนสมมติว่ามีสรรพสัตว์มากมายหลายร้อยพันหมื่นล้านกำลังตกอยู่ในห้วงแห่งความทุกข์ทรมานต่างๆ ถ้าพวกเขาได้สดับฟังเรื่องของพระอวโลกิเตศวรโพธิ์สัตว์ (พระโพธิสัตว์ผู้รับฟังเสียงร้องของโลก)นี้แล้วรวมใจเป็นหนึ่งเดียวกันเอ่ยนามของเขาเขาจะรับรู้ถึงเสียงเรียกนั้นทันทีและสรรพสัตว์เหล่านั้นจะได้รับการปลดปล่อยให้หลุดพ้นจากความทุกข์ทรมาน

อรรถกถา :สรรพสัตว์กำลังตกอยู่ในห้วงแห่งความทุกข์ทรมาน   เปรียบได้กับ ผู้ที่ถูกกิเลสเผาผลาญจิตใจ ด้วยรูป รส กลิ่น เสียง สัมผัส รวมทั้งความทุกข์ทรมานอันเกิดจากความเกิด แก่ เจ็บ ตาย  การพลัดพรากจากสิ่งที่เป็นที่รัก การที่พวกเขาได้สดับเรื่องของพระอวโลกิเตศวรมหาโพธิสัตว์กวนอิม แล้วรวมใจเป็นหนึ่งเดียวกันเอ่ยนามของพระองค์  พระองค์จะรับรู้ถึงเสียงเรียกนั้นทันที และสรรพสัตว์เหล่านั้นจะได้รับการปลดปล่อยให้หลุดพ้นจากความทุกข์ทรมานเปรียบได้กับ  ถ้าทุกคนในกลุ่ม ชุมชน เดียวกัน มีจิตร่วมกัน มีความศรัทธาที่แน่วแน่และจริงใจปรากฏออกมา ก็จะยิ่งยังประโยชน์แก่ทุกคนที่อยู่ในชุมชนเดียวกันได้มากขึ้น เพราะสามัคคีคือพลัง พลังแห่งการร่วมแรงร่วมใจกันเป็นหนึ่งเดียวจะเป็นพลังอันยิ่งใหญ่ 

 

 

 

 

 

ฃ"If a person who faces imminent threat of attack should call the name of Bodhisattva Perceiver of the World's Sounds, then the swords and staves wielded by his attackers would instantly shatter into so many pieces and he would be delivered.

ถ้าคนผู้ที่เผชิญกับการจู่โจมทำร้ายอย่างกะทันหัน เพียงเขาเอ่ยนามของพระอวโลกิเตศวรโพธิ์สัตว์(พระโพธิสัตว์ผู้รับฟังเสียงร้องของโลก)ดาบและกระบองของคนร้ายจะแตกหักเป็นเสี่ยงๆทันที และเขาจะได้รับการปลดปล่อย

อรรถกถา:การที่พวกเขาถูกคนร้ายจู่โจมทำร้ายอย่างกะทันหัน ด้วยดาบและกระบอง  เปรียบได้กับ  การที่พวกเขาถูกจู่โจมด้วยกิเลสที่ยั่วยวนชวนลุ่มหลงห้ามใจได้ยากทั้งยังตอบสนองต่อสันดานดิบที่ซ่อนเร้นส่งผ่านมายังอายตนะ  6 อันได้แก่ตาหูจมูกลิ้นกายใจ โดยส่งมาในลักษณะของ รูป รส กลิ่น เสียง สัมผัส ธรรมารมณ์  ที่เป็นดั่งดาบและกระบองที่เป็นอาวุธร้าย ที่พุ่งเข้ามาทำร้ายร่างกายจิตใจให้คุ้มคลั่งเป็นทุกข์ ทั้งปล้นทรัพย์สินเงินทอง ออกไป  ดังนั้นถ้ายึดถือคำสอนของพระอวโลกิเตศวรมหาโพธิสัตว์กวนอิม  ตามปรัชญาปารมิตาหฤทัยสูตร พิจารณาด้วยปัญญาเห็นว่า รูป รส กลิ่น เสียง สัมผัส  ธรรมารมณ์  ที่เป็นเหมือน อาวุธ ถูกส่งมาทำร้ายเรา ผ่าน ตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ  คือ ความว่าง และจิตใจมิได้ยึดมั่นถือมั่น ไม่ได้ถูกปรุงแต่งให้ชื่นชมยินดีอยากได้มาครอบครองต่อสิ่งเหล่านั้นจะทำให้จิตใจมีความเบาสบายและสุขสงบ สิ่งต่างๆ เหล่านั้นที่เปรียบเสมือน อาวุธ ดาบ และ กระบองของคนร้ายที่ถูกส่งออกมา ก็ย่อมจะแตกหักเป็นเสี่ยงๆ และไม่อาจทำร้ายเราได้  และพวกเขาจะได้รับการปลดปล่อย

"Though enough yakshas and rakshasas to fill all the thousandmillionfold world should try to come and torment a person, if they hear him calling the name of Bodhisattva Perceiver of the World's Sounds, then these evil demons will not even be able to look at him with their evil eyes, much less do him harm.

 

ถึงแม้ว่าพวกยักษ์และรากษสซึ่งมีจำนวนมากมายเต็มไปทั่วพันล้านโลกธาตุพยายามที่จะเข้ามาคุกคามทำร้ายแก่คนผู้หนึ่ง ถ้าพวกมันได้ยินคนผู้นั้นเอ่ยนามของพระอวโลกิเตศวรโพธิ์สัตว์(พระโพธิสัตว์ผู้รับฟังเสียงร้องของโลก)อย่าว่าแต่การจะเข้าทำร้ายเขาเลย พวกมันจะไม่สามารถแม้แต่เพียงการใช้ดวงตาอันชั่วร้ายของมันจ้องมองเขา

 

 

อรรถกถา : พวกยักษ์และรากษส ที่พยายามเข้ามาคุกคามทำร้าย  เปรียบได้กับ ความหลงผิดและความทะยานอยากอันเกิดจากความเท็จที่รับรู้อยู่ในจิต จนทำให้เกิดความผิดเพี้ยนหลงผิดในการดำเนินชีวิต จนจิตเกิดความทุกข์ทรมาน  ดังนั้นถ้ายึดถือคำสอนของพระอวโลกิเตศวรมหาโพธิสัตว์กวนอิม  ตามปรัชญาปารมิตาหฤทัยสูตร พิจารณาด้วยปัญญาเห็นว่า ความหลงผิดและความทะยานอยากอันเกิดจากความเท็จที่รับรู้อยู่ในจิตเหล่านั้นที่เป็นกิเลส 3 คือ ความว่าง และจิตใจมิได้ยึดมั่นถือมั่นและมีความคิดปรุงแต่งต่อกิเลส 3 เหล่านั้น จะทำให้จิตใจมีความเบาสบายและสุขสงบ  ความทุกข์ที่เกิดก็จะระงับดับไปไม่อาจถูกทำร้ายได้จากพวกยักษ์รากษสเหล่านั้น  พวกมันจะไม่สามารถแม้แต่การใช้ดวงตาอันชั่วร้ายของมันจ้องมองเรา   สำหรับความเชื่อเรื่องการใช้ดวงตาอันชั่วร้ายจ้องมองผู้ใดแล้วมีผลทำให้เกิดเคราะห์ร้ายแก่ผู้นั้น  เป็นความเชื่อของศาสนาพราหมณ์ โดยมีความเชื่อว่า ถ้าผู้ใดถูกจ้องมองโดยตาของพญายมจะประสบกับความเคราะห์ร้าย

"Suppose there is a person who, whether guilty or not guilty, has had his body imprisoned in fetters and chains, cangue and lock. If he calls the name of Bodhisattva Perceiver of the World's Sounds, then all his bonds will be severed and broken and at once he will gain deliverance.

สมมติว่ามีคนหนึ่งซึ่งคนๆนี้ไม่ว่าเขาจะมีความผิด หรือไม่มีความผิด ร่างกายของเขาถูกจองจำอยู่ด้วยโซ่ตรวน ขื่อคาและกุญแจมือ ถ้าเขาเอ่ยนามของพระอวโลกิเตศวรโพธิ์สัตว์(พระโพธิสัตว์ผู้รับฟังเสียงร้องของโลก) เครื่องพันธนาการทั้งหมดจะถูกทำลายสิ้นทันทีและเขาจะได้รับการปลดปล่อย

 

อรรถกถา: การที่ร่างกายของพวกเขาถูกจองจำด้วยโซ่ตรวน ขื่อคา และกุญแจมือ  เปรียบได้กับ  พวกเขามีความยึดมั่นถือมั่นอย่างแนบแน่นและมีจิตปรุงแต่ง ในตัวตน ในบุคคล ในความเป็นสัตว์ในตน  ในเทพพรหมเทวดา ในรูปรสกลิ่นเสียงสัมผัสธรรมารมณ์ จนปล่อยและละวางมิได้  ทำให้เขาเหมือนถูกจองจำพันธนาการ ด้วยโซ่ตรวน ขื่อคา และกุญแจมือ ดังกล่าว  ดังนั้นถ้ายึดถือคำสอนของพระอวโลกิเตศวรมหาโพธิสัตว์กวนอิม  ตามปรัชญาปารมิตาหฤทัยสูตร พิจารณาด้วยปัญญาเห็นว่า  ตัวตน บุคคล ความเป็นสัตว์ในตน  ในเทพพรหมเทวดา ในรูปรสกลิ่นเสียงสัมผัสธรรมารมณ์   ทั้งหมด คือ ความว่าง จนปล่อยวางได้ จิตใจมิได้ยึดมั่นถือมั่น ไม่เกิดการปรุงแต่งในจิตใจ  จะทำให้จิตใจมีความเบาสบายและสุขสงบ

 

 

 

 

ความเป็นสัตว์ในตน หรือ สัตวะลักษณะ  เป็นความประพฤติมิชอบทางร่างกายและจิตใจ ที่จะทำให้มนุษย์ที่ปฏิบัติพฤติกรรมแบบนี้ต้องกลับมาเกิดอีกในวัฏสงสารและถูกจองจำในอบายภูมิ  ได้แก่  ความมีจิตอาฆาตพยาบาททำร้ายผู้คน ความไม่มีหิริโอตัปปะ ความเห็นแก่ตัว  ความโลภ   ความชั่วร้ายทางวาจานินทาว่าร้าย   ยุแหย่แตกแยก ความโกรธ และความกลัว เปรียบได้กับสัตว์ 7 กลุ่ม ได้แก่ เสือสิงห์  งู  ช้าง  เต่า  ลิงแมงมุม สุนัขและ นก  ถ้าสามารถกำจัดพฤติกรรมเหล่านี้ได้  ท่านจะกลายเป็นผู้บริสุทธิ์ดีงามยอดเยี่ยม  ในความรู้แห่งมหาโยคีที่ซ่อนเร้น เชื่อว่าเจ็ดสิ่งนี้คือ 7 จักระลึกลับ ที่ซ่อนเร้น  นักพัฒนาจิตถ้าไม่ปฏิบัติกำจัดพฤติกรรมที่เป็นอกุศลเหล่านี้ก่อน แล้วฝืนปฏิบัติข้ามไป จะมีผลทำให้อายตนะทั้งหกไม่บริสุทธิ์ ขาดความเจริญก้าวหน้าทางธรรม ถ้ามีอกุศลมากๆอาจถูกมารหรือยักษ์เข้าสิงแทรก เกิดปัญหาด้านสุขภาพ บางรายอาจถึงแก่ชีวิตก็มี 

 

"Suppose, in a place filled with all the evil-hearted bandits of the thousand-millionfold world, there is a merchant leader who is guiding a band of merchants carrying valuable treasures over a steep and dangerous road, and that one man shouts out these words: 'Good men, do not be afraid! You must single-mindedly call on the name of Bodhisattva Perceiver of the World's Sounds. This bodhisattva cangrant fearlessness to living beings. If you call his name, you will be delivered from these evil-hearted bandits!' When the band of merchants hear this, they all together raise their voices, saying, 'Hail to the Bodhisattva Perceiver of the World's Sounds!' And because they call his name, they are at once able to gain deliverance. Inexhaustible Intent, the authority and supernatural power of the bodhisattva and mahasattva Perceiver of the World's Sounds are as mighty as this!

 

สมมติว่า มีสถานที่แห่งหนึ่งเป็นที่รวมไปด้วยโจรที่ชั่วร้ายมาจากพันล้านโลกธาตุ มีหัวหน้าพ่อค้าคนหนึ่งกำลังนำหมู่ของพ่อค้าขนทรัพย์สมบัติล้ำค่าไปตามทางอันสูงชันและอันตราย เขาตะโกนบอกแก่พ่อค้าที่ติดตามมาว่า สาธุชนทั้งหลาย อย่าได้วิตกกังวลใดๆ ท่านต้องรวมใจให้เป็นหนึ่งเดียวกันเอ่ยนามของพระอวโลกิเตศวรโพธิ์สัตว์(พระโพธิสัตว์ผู้รับฟังเสียงร้องของโลก)

 

พระโพธิสัตว์องค์นี้สามารถประทานความไม่กลัวให้แก่สรรพสัตว์ทั้งหลาย ถ้าท่านเอ่ยนามของพระโพธิสัตว์องค์นี้แล้ว พวกท่านจะรอดพ้นภัยจากพวกโจรที่ชั่วร้ายเหล่านี้! เมื่อหมู่พ่อค้าได้ยินดังนั้น พวกเขาก็ทั้งหมดก็ร้องขึ้นมาด้วยเสียงอันดังว่า ขอนอบน้อมแด่พระอวโลกิเตศวรโพธิ์สัตว์(พระโพธิสัตว์ผู้รับฟังเสียงร้องของโลก)และเพราะเหตุที่พวกเขาเอ่ยนามของพระอวโลกิเตศวรโพธิ์สัตว์(พระโพธิสัตว์ผู้รับฟังเสียงร้องของโลก) พวกเขาจึงได้รับการปลดปล่อย อักษรยมติ(ผู้มีความตั้งใจอย่างลึกล้ำ/อย่างไม่มีที่สิ้นสุด) อำนาจและอิทธิฤทธิ์ของพระอวโลกิเตศวรโพธิ์สัตว์(พระโพธิสัตว์ผู้รับฟังเสียงร้องของโลก)เป็นดังนี้แล

 

อรรถกถา : โจรชั่วร้าย  เปรียบได้กับ  ความโลภและความทะยานอยากอันมีมากมายมหาศาล  พ่อค้าที่นำหมู่ของพ่อค้าขนทรัพย์สมบัติล้ำค่าไปตามทางอันสูงชันและอันตราย เปรียบได้กับ  ความทะยานอยากของเขาที่ต้องการความสำเร็จในชีวิตที่เป็นปิรามิดยอดแหลมที่มีคนน้อยคนที่ไปถึงยอดปรารถนา จึงต้องมีการปีนป่ายขึ้นไปอย่างยากลำบาก ซื่งมิใช่เพียงลำพังตัวเขายังต้องพาคนอื่นหอบหิ้วติดตามไปด้วยเป็นคณะ การปีนป่ายสู่สุดยอดปิรามิดต้องใช้กำลังคนและกำลังเงินจึงต้องเข็นทรัพย์สินขึ้นไปด้วยซึ่งแสดงถึงความยึดติดต่อทรัพย์สินสิ่งของนานับประการ  ทำให้พวกเขาได้รับความทุกข์ทรมานอันเกิดจากความยากลำบาก และกลัวการพลัดพรากจากสิ่งมีค่าอันที่เป็นที่รัก รวมทั้งความล้มเหลวที่จะเกิดจากโดนโจรปล้นสะสม

 

การที่พวกเขาได้สดับรื่องของพระอวโลกิเตศวรมหาโพธิสัตว์กวนอิม ว่าพระองค์สามารถประทานความไม่กลัวหรือความกล้าหาญต่อเขาได้ มีการรวมใจเป็นหนึ่งเดียวเอ่ยนามของพระองค์   พระองค์ย่อมสามารถประทานความไม่กลัวให้พวกเขาได้  การที่เป็นผู้บริสุทธิ์ ปลอดจากสัตวะลักษณะ 7 ประการได้แก่ความมีจิต

อาฆาตพยาบาททำร้ายผู้คน ความไม่มีหิริโอตัปปะ ความเห็นแก่ตัวความโลภ  ความชั่วร้ายทางวาจานินทาว่าร้ายยุแหย่แตกแยก ความโกรธ และความกลัว  ความพฤติกรรมดังกล่าว  ก็จะเป็นเหมือนเกราะกำบังกาย ให้สามารถดำเนินชีวิตด้วยความปลอดภัยจากภัยอันตรายแห่งโจรร้าย ที่เปรียบดังความชั่วร้ายแห่งกิเลส มิให้มาทำร้ายเขาได้

 

"If there should be living beings be set by numerous lusts and cravings, let them think with constant reverence of Bodhisattva Perceiver of the World's Sounds and then they can shed their desires.

 

ถ้ามีสรรพสัตว์ถูกรุมเร้าด้วยราคะและตัณหาอย่างหนัก ให้พวกเขาระลึกถึงพระอวโลกิเตศวรโพธิ์สัตว์(พระโพธิสัตว์ผู้รับฟังเสียงร้องของโลก)ด้วยความเคารพอย่างสม่ำเสมอ และแล้วพวกเขาก็สามารถกำจัดความปราถนาเหล่านั้นไปได้

อรรถกถา : ตัณหาราคะ  พระพุทธเจ้าทรงเปรียบเทียบตัณหาราคะว่าคล้ายยางเหนียว ชำระล้างยากยิ่งนัก ตัณหาราคะ ที่เกิดขึ้น ดุจดังดาบศร  ที่ฟันลงมา 6 เล่ม  ในรูปรสกลิ่นเสียงสัมผัสธรรมารมณ์  เข้ามาสู่ ตาหูจมูกลิ้นกายใจ ซึ่งอาจเข้ามาหนึ่งอายตนะหรือพร้อมๆกันหลายอายตนะซึ่งพบว่ามันสามารถสร้างความพอใจลุ่มหลงปรุงแต่งจิตไปตามกระแสแห่งตัณหาราคะนั้นๆ ซึ่งชนิดของตัณหาราคะที่ถือว่าเป็นพิษร้อนแรงที่สุดคือรสสัมผัสจากบุรุษและสตรี ที่พบว่ามันสามารถกระตุ้นทั้งหกอายตนะได้พร้อมๆ กัน   ด้วยเหตุนี้พระพุทธเจ้าจึงเน้นย้ำให้สาวกไห้หลีกเลี่ยงละเว้นจากสิ่งเหล่านั้นโดยเข้มงวด

ดังนั้นถ้าพวกเขาระลึกถึงและยึดถือคำสอนของพระอวโลกิเตศวรมหาโพธิสัตว์กวนอิม  ตามปรัชญาปารมิตาหฤทัยสูตร พิจารณาด้วยปัญญาเห็นว่า อายตนะที่ได้สัมผัสตัณหาราคะที่เกิดขึ้นทั้งหมด คือ ความว่าง หรือ พิจารณาว่า สักแต่เห็น สักแต่ได้ยิน สักแต่ดมกลิ่น สักแต่ลิ้มรส สักแต่สัมผัสกาย สักแต่สัมผัสใจ จนปล่อยวางได้ จิตใจมิได้ยึดมั่นถือมั่น ไม่เกิดการปรุงแต่งในจิตใจ  จะทำให้จิตใจมีความเบาสบายและสุขสงบ

 

If they have great wrath and ire, let them think with constant reverence of Bodhisattva Perceiver of the World's Sounds and then they can shed their ire.

ถ้าพวกเขาเกิดความรู้สึกโกรธแค้นและเดือดดาลเป็นอย่างยิ่ง ให้พวกเขาระลึกถึงพระอวโลกิเตศวรโพธิ์สัตว์(พระโพธิสัตว์ผู้รับฟังเสียงร้องของโลก)ด้วยความเคารพอย่างสม่ำเสมอ และแล้วพวกเขาก็จะสามารถกำจัดความเดือดดาลของพวกเขาลงได้

อรรถกถา :ความรู้สึกโกรธแค้นและเดือดดาล เป็นพฤติกรรมที่เกิดจากการขาดความยับยั้งชั่งใจที่เมื่อเกิดความไม่พอใจ เนื่องจากมิได้ในสิ่งที่ปรารถนา   สามารถเปรียบเทียบความโกรธคล้ายไฟ ที่อาจทำให้ตนเองและผู้อื่นได้รับความทุกข์ทรมานได้  ทางการแพทย์ปัจจุบันได้แสดงผลงานวิจัยว่าทุกครั้งมนุษย์มีอารมณ์โกรธไม่พอใจ พบว่าสมองจะมีการหลั่งฮอร์โมนพิษ เช่น ฮอร์โมนอะดรีนาลิน ฮอร์โมนคอร์ติซอล ฯ  ทีมีผลต่อระบบประสาทอัตโนมัติ ทำให้ เกิดการหายใจเร็วขึ้น หัวใจมีอัตราการเต้นเร็วขึ้นและเกิดความดันโลหิตสูงขึ้น  ถ้ามีการเกิดการหลั่งฮอร์โมนดังกล่าวในร่างกายอย่างต่อเนื่องจะทำให้เกิดผลเสียต่อร่างกาย มีผลทำให้ร่างกายเกิดการสะสมไขมันในหลอดเลือด ทำให้การไหลเวียนเลือดในร่างกายไม่สะดวก ทำให้เกิดโรคร้ายต่าง ๆ เช่น โรคอัมพฤต โรคอัมพาต โรคความดันโลหิตสูง โรคไขมันในเลือดสูง ฯ

ดังนั้นถ้าพวกเขาระลึกถึงและยึดถือคำสอนของพระอวโลกิเตศวรมหาโพธิสัตว์กวนอิม  ตามปรัชญาปารมิตาหฤทัยสูตร พิจารณาด้วยปัญญาสามารถปล่อยวางความโกรธต่างๆ ที่เกิดขึ้นเหล่านั้นทั้งหมด คือ ความว่าง  จิตใจมิได้ยึดมั่นถือมั่น ไม่เกิดการปรุงแต่งในจิตใจ ไม่มีสัญญาจิตใดๆในสิ่งที่ผ่านมา จะทำให้จิตใจมีความเบาสบายและสุขสงบ ปลอดภัยจากโรคร้ายทั้งปวง  

 

If they have great ignorance and stupidity, let them think with constant reverence of Bodhisattva Perceiver of the World's Sounds and they can rid themselves of stupidity.

ถ้าพวกเขามีความไม่รู้และโง่เขลามาก ให้พวกเขาระลึกถึงพระอวโลกิเตศวรโพธิ์สัตว์(พระโพธิสัตว์ผู้รับฟังเสียงร้องของโลก)และพวกเขาก็จะสามารถกำจัดความโง่เขลาดังกล่าวไปได้

อรรถกถา : ความไม่รู้และความโง่เขลา  มีความหมายได้กับคำว่า อวิชชา  ซึ่งเป็นต้นกำเนิดแห่งวงจรปฏิจสมุปบาท เป็นเหตุทำให้สรรพสัตว์ต้องมาเวียนว่ายตายเกิดอยู่ในวัฏสงสารนี้  ถ้าสามารถทำให้อวิชชาดับไป เกิดวิชชาขึ้นแทนที่จะทำให้สามารถหลุดพ้นจากวัฏสงสารได้  สามารถทำได้โดยต้องยึดถือมรรค 8 เป็นทางสายเอก ในมรรค 8 สิ่งแรกที่ต้องพิจารณาศึกษาให้สะพรั่งพร้อมก่อนเป็นอันดับแรกคือ สัมมาทิฏฐิ มีความเห็นชอบ หมายถึง การที่ผู้ปฏิบัติต้องมีความรู้ในธรรมที่ถูกต้องเสียก่อน เพื่อจะเป็นพื้นฐานสำคัญที่จะทำให้ไม่หลงทางไปสู่ความเป็นอวิชชา

สำหรับพระสูตรสำคัญสำหรับผู้ปรารถนาสาวกยาน เพื่อมุ่งหมายเป็นพระอริยบุคคล ได้แก่ การมีความรู้ในหลักธรรมที่สำคัญและพระสูตร ที่พระพุทธเจ้าได้เทศนาสั่งสอนไว้ในช่วงต้นของการเผยแผ่ศาสนาของพระพุทธองค์ ได้แก่ อริยสัจ 4  มรรค 8  ไตรลักษณ์ อิทัปปัจยตาฯ และพระสูตรสำคัญได้แก่ ปฏิจจสมุปบาท อาทิตตปริยายสูตร อนันตลักขณะสูตร ธัมมจักรกัปปวัตตนสูตร มหาสติปัฏฐานสูตร ฯ

 

 

สำหรับพระสูตรสำคัญซึ่งเน้นเนื้อหาสำคัญเกี่ยวกับสุญตา สำหรับผู้ปรารถนาพุทธยาน เพื่อมุ่งหมายบำเพ็ญตนเป็นพระโพธิสัตว์และต้องการเป็นพระพุทธเจ้าในอนาคต ได้แก่ การมีความรู้ในหลักธรรมที่สำคัญและพระสูตรทั้งหมดในพระไตรปิฎกของลัทธิฝ่ายหินยานและพระสูตรสำคัญของลัทธิฝ่ายมหายาน ที่พระพุทธเจ้าได้เทศนาสั่งสอนไว้ในช่วงกลางและช่วงปลายของการเผยแผ่ศาสนาของพระพุทธองค์  ตัวอย่างของพระสุตรที่สำคัญ ได้แก่ วัชรสูตร สัทธรรมปุณฑริกสูตร ปรัชญาปารมิตาหฤทัยสูตร มัญชุศรีปรัชญาปารมิตาสูตร วิมลเกียรตินิทเทสสูตร ศรีมาลาเทวีสีหนาทสูตร มหาสุญญตาสูตร จุฬสุญญตาสูตร ฯ

การที่ผู้ใฝ่ในธรรม มีความสะพรั่งพร้อมใน สัมมาทิฏฐิ มีความเห็นชอบ มีความรู้ในธรรมที่ถูกต้องจะเป็นพื้นฐานสำคัญที่จะทำให้ไม่หลงทางไปสู่ความเป็นอวิชชา ห่างไกลจากความไม่รู้และความโง่เขลา  เพราะอวิชชา  ซึ่งเป็นต้นกำเนิดแห่งวงจรปฏิจสมุปบาท เป็นเหตุทำให้สรรพสัตว์ต้องมาเวียนว่ายตายเกิดอยู่ในวัฏสงสารนี้  ถ้าสามารถทำให้อวิชชาดับไป เกิดวิชชาขึ้นแทนที่จะทำให้สามารถหลุดพ้นจากวัฏสงสารได้  

 

 

ดังนั้นถ้าพวกเขาระลึกถึงและยึดถือคำสอนของพระอวโลกิเตศวรมหาโพธิสัตว์กวนอิม  ตามปรัชญาปารมิตาหฤทัยสูตร ซึ่งพระองค์ได้พิจารณาว่า พระองค์และขันธ์ 5 คือ ความว่าง การที่พระองค์พิจารณาว่าพระองค์และขันธ์ 5 คือ ความว่าง  มีผลทำให้ไม่มีการปรุงแต่งในวิญญาณ6 ของพระองค์ มีผลทำให้วงจรปฏิจสมุปบาทขาดตอน ณ ตรงสังขาร ทำให้พระองค์พ้นจากอวิชชาจนทรงหลุดพ้นจากวัฏสงสารได้ หรือการพิจารณาการตกกระทบของจิตชองวิญญาณ6 ต่ออายตนะ6 ทำให้เกิดการพิจารณาว่า สักแต่มองเห็น สักแต่ดมกลิ่น สักแต่ลิ้มรส สักแต่ได้ยิน สักแต่สัมผัสทางร่างกาย สักแต่สัมผัสทางจิตใจ มีผลทำให้วงจรปฏิจสมุปบาทขาดตอน ณ ตรงที่ผัสสะ ทำให้พระองค์พ้นจากอวิชชาจนทรงหลุดพ้นจากวัฏสงสารได้เช่นกัน ดังนั้นการปฏิบัติตามแนวทางดังกล่าวของพระองค์  จะทำให้พบกับความหลุดพ้น ไร้อวิชชา กำจัดความโง่เขลาลงได้

"Inexhaustible Intent, the bodhisattva Perceiver of the World's Sounds possesses great authority and supernatural powers, as I have described, and can confer many benefits. For this reason, living beings should constantly keep the thought of him in mind.

 

อักษยมติ(ผู้มีความตั้งใจอย่างลึกล้ำ/อย่างไม่มีที่สิ้นสุด) พระอวโลกิเตศวรโพธิ์สัตว์(พระโพธิสัตว์ผู้รับฟังเสียงร้องของโลก) มีอำนาจและอิทธิฤทธิ์ที่ยิ่งใหญ่ ดังเราได้บรรยายมาแล้ว และยังสามารถอำนวยคุณประโยชน์ให้อีกมากมาย ด้วยเหตุนี้ สรรพสัตว์ทั้งหลายพึงทำใจระลึกถึงพระอวโลกิเตศวรโพธิ์สัตว์(พระโพธิสัตว์ผู้รับฟังเสียงร้องของโลก)ไว้เสมอ

"If a woman wishes to give birth to a male child, she should offer obeisance and alms to Bodhisattva Perceiver of the World's Sounds and then she will bear a son blessed with merit, virtue, and wisdom. And if she wishes to bear a daughter, she will bear one with all the marks of comeliness, one who in the past planted the roots of virtue and is loved and respected by many persons.

ถ้าสตรีคนหนึ่งปรารถนาที่จะให้กำเนิดบุตรชาย เธอควรจะถวายความเคารพและถวายทานแด่พระอวโลกิเตศวรโพธิ์สัตว์(พระโพธิสัตว์ผู้รับฟังเสียงร้องของโลก) และเธอจะได้รับบุตรชายที่เป็นคนดี มีคุณธรรมและสติปัญญา และถ้าเธอปรารถนาที่จะได้บุตรหญิง เธอก็จะได้บุตรหญิงที่เพียบพร้อมด้วยลักษณะความงามทุกอย่าง อันเป็นผู้ที่ในอดีตได้ปลูกฝังรากเหง้าแห่งความดีไว้แล้ว และได้รับความรักและความนับถือจากผู้คนจำนวนมาก

อรรถกถา :ความปรารถนาต้องการที่จะให้กำเนิดบุตรชายและบุตรหญิงที่เป็นคนดี หน้าตาบุคลิกหล่อสวยสง่างามมีคุณธรรมและสติปัญญาเป็นยอดปรารถนาของพ่อแม่ทุกคน   สำหรับโอกาสการมีบุตรธิดาเพื่อสืบสกุล   งานวิจัยทางการแพทย์ได้บ่งชี้ว่าความเครียดในชีวิตประจำวันของคู่สามีภรรยามีความสัมพันธ์โดยตรงกับโอกาสความเป็นไปได้ของการตั้งครรภ์ คู่สามีภรรยาที่อยู่ในสภาพอารมณ์และจิตใจที่มีความเครียดสูง จะมีโอกาสการมีบุตรลดลง

 สำหรับศักยภาพทางสมอง ลักษณะบุคลิกภาพ อารมณ์และจิตใจของบุตรธิดา ถ้าเปรียบมนุษย์เป็นต้นไม้ มีคำภาษิตกล่าวว่า ลูกไม้ย่อมหล่นไม่ไกลต้น งานวิจัยทางการแพทย์ได้ชี้ชัดว่าศักยภาพทางสมอง อารมณ์ บุคลิกภาพและจิตใจของบุตรจะดีหรือไม่ มีความสัมพันธ์โดยตรงกับสภาพอารมณ์ จิตใจและความประพฤติตนในชีวิตปัจจุบันของพ่อแม่

 

 

ดังนั้นถ้าสามีภรรยาคู่ใดปรารถนาได้บุตรชายหญิงและมีลักษณะทางร่างกายและจิตใจที่ดีดังกล่าว  การที่ได้ระลึกถึงสวดอ้อนวอนและยึดถือคำสอนของพระอวโลกิเตศวรมหาโพธิสัตว์กวนอิม  ตามปรัชญาปารมิตาหฤทัยสูตร พิจารณาด้วยปัญญาเห็นว่า ตนเองและขันท์ 5  คือ ความว่าง จนปล่อยวางได้ จิตใจมิได้ยึดมั่นถือมั่น ไม่เกิดการปรุงแต่งในจิตใจ  จะทำให้ร่างกายและจิตใจชองสามีภรรยาคู่นั้นมีความเบาสบายและสุขสงบ ไม่มีความเครียด จะทำให้เพิ่มโอกาสการมีบุตรและมีโอกาสได้บุตรที่ดี ว่านอนสอนง่ายมีคุณลักษณะงดงามตามต้องการ

"Inexhaustible Intent, the bodhisattva Perceiver of the World's Sounds has power to do all this. If there are living beings who pay respect and obeisance to Bodhisattva Perceiver of the World's Sounds, their good fortune will not be fleeting or vain. Therefore living beings should all accept and uphold the name of Bodhisattva Perceiver of the World's Sounds.

 

อักษยมติ(ผู้มีความตั้งใจอย่างลึกล้ำ/อย่างไม่มีที่สิ้นสุด)พระอวโลกิเตศวรโพธิ์สัตว์(พระโพธิสัตว์ผู้รับฟังเสียงร้องของโลก)มีพลังในการทำสิ่งเหล่านี้ทั้งหมดถ้ามีสรรพสัตว์ที่ถวายความเคารพและเชื่อฟังพระอวโลกิเตศวรโพธิ์สัตว์(พระโพธิสัตว์ผู้รับฟังเสียงร้องของโลก)ความโชคดีของพวกเขาจะไม่หายวับไป หรือไร้ประโยชน์ ดังนั้นสรรพสัตว์ทั้งหลายพึงน้อมรับและยึดถือนามของพระอวโลกิเตศวรโพธิ์สัตว์(พระโพธิสัตว์ผู้รับฟังเสียงร้องของโลก)

อรรถกถา : ความโชคดี  หมายถึง สิ่งที่นำผลมาให้โดยไม่ได้คาดหมาย มีลักษณะที่เป็นไปในทางที่ต้องการ น่าปรารถนา น่าพอใจ  สำหรับบุคคลมีสภาพจิตใจที่ดี มีอีคิวสูง จัดการความเครียดได้ดี  มีความคิดทางบวกอยู่เสมอ  นักจิตวิทยาพบว่า บุคคลที่มีสภาพร่างกายและจิตใจดี คิดในแง่บวกอยู่เสมอในทุกสถานการณ์ เห็นความสุขในความทุกข์ เห็นชัยชนะในความพ่ายแพ้   มึผลต่อการกำหนดสิ่งที่ดีภายใต้จิตใต้สำนึกที่คิดบวก พลัง ความคิดบวกแห่งจิตใต้สำนึกมีผลผลักดันอย่างแฝงเร้นทำให้เขาจะพบกับสิ่งดีๆ ตามที่ใจกำหนดไว้ ต่างกับคนที่มีสภาพร่างกายอารมณ์จิตใจที่ไม่ดี คิดในแง่ลบอยู่เสมอ สิ่งที่ไม่ดีภายใต้พลังแห่งจิตใต้สำนึกที่คิดลบ พลังแห่งจิตใต้สำนึกมีผลผลักดันอย่างแฝงเร้นทำให้เขาพบกับสิ่งไม่ดีๆ สิ่งที่เลวร้ายอย่างน่าประหลาดใจ ตามที่จิตได้ถูกโปรแกรมกำหนดไว้โดยไม่ได้ตั้งใจ

ดังนั้นถ้าพวกเขาระลึกถึงและยึดถือคำสอนของพระอวโลติเกศวรมหาโพธิสัตว์กวนอิม  ตามปรัชญาปารมิตาหฤทัยสูตร พิจารณาด้วยปัญญาเห็นว่า ตนเองและขันธ์ 5 คือ ความว่าง จนปล่อยวางได้ จิตใจมิได้ยึดมั่นถือมั่น ไม่เกิดการปรุงแต่งในจิตใจ เกิดจิตมีสุขคิดดีคิดบวกอยู่ตลอด  พลังแห่งจิตใต้สำนึกของตัวเขา ก็จะผลักดันทำให้พวกเขาพบกับความโชคดีตลอด

นอกจากนี้ในความรู้ของพระนักปฏิบัติสายกรรมฐาน มีความเชื่อว่า การที่มีจิตขุ่นมัว ไม่ผ่องแผ้วสดใส จะมีผลทำให้ตัวของเขาที่มีสภาวะจิตเช่นนั้น ถูกปิดกั้นไม่ได้มีโอกาสสามารถรับผลบุญคุณความดีงามความโชตดีสู่ตัวเขาได้เลย มีผลทำให้เขาประสบกับสิ่งชั่วร้ายความโชคไม่ดีอย่างคาดไม่ถึง

 

 

 

 

 

"Inexhaustible Intent, suppose there is a person who accepts and upholds the names of as many bodhisattvas as there are sands in sixtytwo million Ganges, and for as long as his present body lasts, he offers them alms in the form of food and drink, clothing, bedding and medicines. What is your opinion? Would this good man or good woman gain many benefits, or would he not?"Inexhaustible Intent replied, "They would be very many, WorldHonored One."

อักษรยมติ(ผู้มีความตั้งใจอย่างลึกล้ำ/อย่างไม่มีที่สิ้นสุด) สมมติว่ามีคนๆหนึ่งน้อมรับและยึดถือนามของพระโพธิสัตว์เป็นจำนวนมากมายเท่ากับเม็ดทรายในแม่น้ำคงคาถึง ๖๒ ล้านสาย และตลอดชีวิตได้ถวายทานแด่พระโพธิสัตว์เหล่านนั้นในรูปของอาหาร เครื่องนุ่งห่ม เครื่องนอนและยารักษาโรค เธอมีความเห็นว่าอย่างไร? สาธุชนชายหรือหญิงนี้จะได้รับผลบุญมากมายหรือไม่?

พระโพธิสัตว์อักษยมติ(มีความตั้งใจอย่างลึกล้ำ/อย่างไม่มีที่สิ้นสุด)ทูลตอบว่า ข้าแต่พระผู้มีพระภาคเจ้า พวกเขาจะได้รับผลบุญจำนวนมาก พระเจ้าข้า

The Buddha said: "Suppose also that there is a person who accepts and upholds the name of Bodhisattva Perceiver of the World's Sounds and even just once offers him obeisance and alms. The good fortune gained by these two persons would be exactly equal and without difference. For a hundred, a thousand, ten thousand, a million kalpas it would never be exhausted or run out. Inexhaustible Intent, if one accepts and upholds the name of Bodhisattva Perceiver of the World's Sounds, he will gain the benefit of merit and virtue that is as immeasurable and boundless as this!"

พระพุทธเจ้าตรัสว่า สมมติอีกว่ามีคนๆหนึ่งน้อมรับและยึดถือในนามของพระอวโลกิเตศวรโพธิ์สัตว์(พระโพธิสัตว์ผู้รับฟังเสียงร้องของโลก)และแม้เพียงครั้งเดียวได้ถวายความเคารพและทานแด่พระโพธิสัตว์องค์นี้ ผลบุญที่คนสองคนนี้จะได้รับจะเท่าเทียมและไม่แตกต่างกันเลย แม้ผ่านไปเป็นเวลาหนึ่งร้อยพันหมื่นล้านกัปผลบุญที่ได้ก็ไม่หมดสิ้น อักษยมติ(ผู้มีความตั้งใจอย่างลึกล้ำ/อย่างไม่มีที่สิ้นสุด)ถ้าใครน้อมรับและยึดถือนามของพระอวโลกิเตศวรโพธิ์สัตว์(พระโพธิสัตว์ผู้รับฟังเสียงร้องของโลก) เขาจะได้รับประโยชน์จากคุณงามความดีซึ่งไม่อาจวัดได้และไม่มีขอบเขตจำกัดดังนี้

อรรถกถา :การที่มีคนๆหนึ่งน้อมรับและยึดถือนามของพระโพธิสัตว์เป็นจำนวนมากมายเท่ากับเม็ดทรายในแม่น้ำคงคาถึง ๖๒ ล้านสาย และตลอดชีวิตได้ถวายทานแด่พระโพธิสัตว์เหล่านั้นในรูปของอาหาร เครื่องนุ่งห่ม เครื่องนอนและยารักษาโรค  เปรียบเทียบผลบุญกับคนอีกคนหนึ่งที่น้อมรับและยึดถือในนามของพระอวโลกิเตศวรโพธิ์สัตว์(พระโพธิสัตว์ผู้รับฟังเสียงร้องของโลก)และแม้เพียงครั้งเดียวได้ถวายความเคารพและทานแด่พระโพธิสัตว์องค์นี้  พบว่าผลบุญที่คนทั้งสองคนนี้จะได้รับจะเท่าเทียมและไม่แตกต่างกันเลย  แม้ผ่านไปเป็นเวลาหนึ่งร้อยพันหมื่นล้านกับผลบุญที่ได้ก็ไม่หมดสิ้น   แสดงว่าถ้าใคร น้อมรับและยึดถือนามการทำบุญทำกุศลถวายพระอวโลกิเตศวรมหาโพธิสัตว์(พระโพธิสัตว์ผู้รับฟังเสียงร้องของโลก) เขาจะได้รับประโยชน์จากคุณงามความดีซึ่งไม่อาจวัดได้และไม่มีขอบเขตจำกัด

 

 

 

 

Bodhisattva Inexhaustible Intent said to the Buddha, "World-Honored One, Bodhisattva Perceiver of the World's Soundshow does he come and go in this saha world? How does he preach the Law for the sake of living beings? How does the power of expedient means apply in his case?"

พระอักษยมติโพธิสัตว์ (พระโพธิสัตว์ผู้มีความตั้งใจอย่างลึกล้ำ/อย่างไม่มีที่สิ้นสุด) กราบทูลพระพุทธองค์ว่า ข้าแต่พระผู้มีพระภาคเจ้าพระอวโลกิเตศวรโพธิ์สัตว์(พระโพธิสัตว์ผู้รับฟังเสียงร้องของโลก) เดินทางไปมาในสหาโลกธาตุนี้อย่างไร เทศน์ธรรมโปรดสรรพสัตว์อย่างไร พลังแห่งกุศโลบายที่ท่านใช้มีลักษณะอย่างไร พระพุทธเจ้าข้า ?

The Buddha said to Bodhisattva Inexhaustible Intent: "Good man, if there are living beings in the land who need someone in the body of a Buddha in order to be saved, Bodhisattva Perceiver of the World's Sounds immediately manifests himself in a Buddha body and preaches the Law for them. If they need someone in a pratyekabuddha's body in order to be saved, immediately he manifests a pratyekabuddha's body and preaches the Law to them. If they need a voice-hearer to be saved, immediately he becomes a voice-hearer and preaches the Law for them. If they need King Brahma to be saved, immediately he becomes King Brahma and preaches the Law for them. If they need the lord Shakra to be saved, immediately he becomes the lord Shakra and preaches the Law for them. If they need the heavenly being Freedom to be saved, immediately he becomes the heavenly being Freedom and preaches the Law for them.

 If they need the heavenly being Great Freedom to be saved, immediately he becomes the heavenly being Great Freedom and preaches the Law for them. If they need a great general of heaven to be saved, immediately he becomes a great general of heaven and preaches the Law for them. If they need Vaishravana to be saved, immediately he becomes Vaishravana and preaches the Law for them. If they need a petty king to be saved, immediately he becomes a petty king and preaches the Law for them.If they need a rich man to be saved, immediately he becomes a rich man and preaches the Law for them. If they need a householder to be saved, immediately he becomes a householder and preaches the Law for them. If they need a chief minister to be saved, immediately he becomes a chief minister and preaches the Law for them. If they need a Brahman to be saved, immediately he  becomes   a Brahman and preaches the Law for them. If they need a monk, a nun, a layman believer, or a laywoman believer to be saved, immediately he becomes a monk, a nun, a layman believer, or a laywoman believer and preaches the Law for them. If they need the wife of a rich man, of a householder, a chief minister, or a Brahman to be saved, immediately he becomes those wives and preaches the Law for them. If they need a young boy or a young girl to be saved, immediately he becomes a young boy or a young girl and preaches the Law for them. If they need a heavenly being, a dragon, a yaksha, a gandharva, an asura, a garuda, a kimnara, a mahoraga, a human or a nonhuman being to be saved, immediately he becomes all of these and preaches the Law for them. If they need a vajra-bearing god to be saved, immediately he becomes a vajra-bearing god and preaches the Law for them.

 

พระพุทธองค์ตรัสตอบพระอักษรยมติโพธิสัตว์ (พระโพธิสัตว์ผู้มีความตั้งใจอย่างลึกล้ำ/อย่างไม่มีที่สิ้นสุด)ว่า สาธุชน ถ้ามีสรรพสัตว์ในดินแดนใดต้องการความช่วยเหลือด้วยรูปกายของพระพุทธพระอวโลกิเตศวรโพธิ์สัตว์(พระโพธิสัตว์ผู้รับฟังเสียงร้องของโลก)จะปรากฏตนในรูปกายของพระพุทธ และเทศนาธรรมแก่พวกเขาถ้าพวกเขาต้องการความช่วยเหลือในรูปกายของพระปัจเจกพุทธเจ้า ท่านก็จะปรากฏในรูปกายของพระปัจเจกพุทธเจ้าเพื่อเทศนาธรรมโปรดคนเหล่านั้น ถ้าพวกเขาต้องการความช่วยเหลือในรูปกายของพระท่านก็จะปรากฏกายแบบพระสาวกเพื่อเทศนาธรรมโปรดพวกเขา ถ้าพวกเขาต้องการความช่วยเหลือจากพระพรพรหมราช ท่านก็จะปรากฏกายในรูปพระพรหมราชและเทศนาธรรมโปรดพวกเขา ถ้าพวกเขาต้องการความช่วยเหลือจากท้าวสักกะเทวราช ท่านก็จะปรากฏกายในรูปท้าวสักกะเทวราชและเทศนาธรรมโปรดพวกเขา ถ้าพวกเขาต้องการความช่วยเหลือจากพระอิศวร ท่านก็จะปรากฏกายในรูปพระอิศวรและเทศนาธรรมโปรดพวกเขา ถ้าพวกเขาต้องการความช่วยเหลือจากพระมเหศวร ท่านก็จะปรากฏกายในรูปพระมเหศวรและเทศนาธรรมโปรดพวกเขา ถ้าพวกเขาต้องการความช่วยเหลือจากมหาเทวะเสนา ท่านก็จะปรากฏกายในรูปมหาเทวะเสนา และเทศนาธรรมโปรดพวกเขา ถ้าพวกเขาต้องการความช่วยเหลือจากท้าวเวสสุวรรณ ท่านก็จะปรากฏกายในรูปท้าวเวสสุวรรณและเทศนาธรรมโปรดพวกเขา ถ้าพวกเขาต้องการความช่วยเหลือจากพระราชาน้อย ท่านก็จะปรากฏกายในรูปพระราชาน้อย และเทศนาธรรมโปรดพวกเขา ถ้าพวกเขาต้องการความช่วยเหลือจากเศรษฐี ท่านก็จะปรากฏกายในรูปเศรษฐี และเทศนาธรรมโปรดพวกเขา ถ้าพวกเขาต้องการความช่วยเหลือจากคหบดี ท่านก็จะปรากฏกายในรูปคหบดี และเทศนาธรรมโปรดพวกเขา ถ้าพวกเขาต้องการความช่วยเหลือจากมุขมนตรี ท่านก็จะปรากฏกายในรูปมุขมนตรี และเทศนาธรรมโปรดพวกเขา  ถ้าพวกเขาต้องการความช่วยเหลือจากพราหมณ์ ท่านก็จะปรากฏกายในรูปพราหมณ์ และเทศนาธรรมโปรดพวกเขาถ้าพวกเขาต้องการความช่วยเหลือจากภิกษุ ภิกษุณี  อุบาสก หรืออุบาสิกา ท่านก็จะปรากฏกาย ในรูปภิกษุภิกษุณีอุบาสกหรืออุบาสิกกาและเทศนาธรรมโปรดพวกเขา ถ้าพวกเขาต้องการความช่วยเหลือจากภรรยาเศรษฐี ภรรยาคหบดี ภรรยามุขมนตรี หรือภรรยาพราหมณ์ ท่านก็จะปรากฏกายในรูปภรรยาเศรษฐี ภรรยาคหบดี ภรรยามุขมนตรี หรือภรรยาพราหมณ์ และเทศนาธรรมโปรดพวกเขา  ถ้าพวกเขาต้องการความช่วยเหลือจากชายหนุ่มหรือหญิงสาว ท่านก็จะปรากฏกายในรูปชายหนุ่มหรือหญิงสาว และเทศนาธรรมโปรดพวกเขา ถ้าพวกเขาต้องการความช่วยเหลือจากเทวดา นาค ยักษ์ คนธรรพ์ อสูร ครุฑ กินนร มโหรคะ มนุษย์หรืออมนุษย์ ท่านก็จะปรากฏกายในรูปเหล่านี้ และเทศนาธรรมโปรดพวกเขา ถ้าพวกเขาต้องการความช่วยเหลือจากเทพวัชรปราณี ท่านก็จะปรากฏกายในรูปเทพวัชรปราณี และเทศนาธรรมโปรดพวกเขา

 

อรรถกถา :พระอวโลกิเตศวรโพธิ์สัตว์(พระโพธิสัตว์ผู้รับฟังเสียงร้องของโลก) มีแนวทางในการเดินทางไปมาในสหาโลกธาตุ เทศธรรมโปรดสรรพสัตว์และมี พลังแห่งกุศโลบายที่ท่านใช้มีลักษณะดังนี้

ถ้ามีสรรพสัตว์ในดินแดนใดต้องการความช่วยเหลือด้วยรูปกายของพระพุทธพระอวโลกิเตศวรโพธิ์สัตว์  (พระโพธิสัตว์ผู้รับฟังเสียงร้องของโลก)จะปรากฏตนในรูปกายของพระพุทธ และเทศนาธรรมแก่พวกเขา

ถ้าพวกเขาต้องการความช่วยเหลือในรูปกายของพระปัจเจกพุทธเจ้า ท่านก็จะปรากฏในรูปกายของพระปัจเจกพุทธเจ้าเพื่อเทศนาธรรมโปรดคนเหล่านั้น

ถ้าพวกเขาต้องการความช่วยเหลือในรูปกายของพระท่านก็จะปรากฏกายแบบพระสาวกเพื่อเทศนาธรรมโปรดพวกเขา

ถ้าพวกเขาต้องการความช่วยเหลือจากพระพรพรหมราช ท่านก็จะปรากฏกายในรูปพระพรหมราชและเทศนาธรรมโปรดพวกเขา

ถ้าพวกเขาต้องการความช่วยเหลือจากท้าวสักกะเทวราช ท่านก็จะปรากฏกายในรูปท้าวสักกะเทวราชและเทศนาธรรมโปรดพวกเขา

ถ้าพวกเขาต้องการความช่วยเหลือจากพระอิศวร ท่านก็จะปรากฏกายในรูปพระอิศวรและเทศนาธรรมโปรดพวกเขา

ถ้าพวกเขาต้องการความช่วยเหลือจากพระมเหศวร ท่านก็จะปรากฏกายในรูปพระมเหศวรและเทศนาธรรมโปรดพวกเขา

ถ้าพวกเขาต้องการความช่วยเหลือจากมหาเทวะเสนา ท่านก็จะปรากฏกายในรูปมหาเทวะเสนา และเทศนาธรรมโปรดพวกเขา

ถ้าพวกเขาต้องการความช่วยเหลือจากท้าวเวสสุวรรณ ท่านก็จะปรากฏกายในรูปท้าวเวสสุวรรณและเทศนาธรรมโปรดพวกเขา

ถ้าพวกเขาต้องการความช่วยเหลือจากพระราชาน้อย ท่านก็จะปรากฏกายในรูปพระราชาน้อย และเทศนาธรรมโปรดพวกเขา

ถ้าพวกเขาต้องการความช่วยเหลือจากเศรษฐี ท่านก็จะปรากฏกายในรูปเศรษฐี และเทศนาธรรมโปรดพวกเขา

ถ้าพวกเขาต้องการความช่วยเหลือจากคหบดี ท่านก็จะปรากฏกายในรูปคหบดี และเทศนาธรรมโปรดพวกเขา

ถ้าพวกเขาต้องการความช่วยเหลือจากมุขมนตรี ท่านก็จะปรากฏกายในรูปมุขมนตรี และเทศนาธรรมโปรดพวกเขา

ถ้าพวกเขาต้องการความช่วยเหลือจากพราหมณ์ ท่านก็จะปรากฏกายในรูปพราหมณ์ และเทศนาธรรมโปรดพวกเขา

ถ้าพวกเขาต้องการความช่วยเหลือจากภิกษุ ภิกษุณี อุบาสกหรืออุบาสิกกา ท่านก็จะปรากฏกายในรูปภิกษุ ภิกษุณี อุบาสกหรือ อุบาสิกกาและเทศนาธรรมโปรดพวกเขา

ถ้าพวกเขาต้องการความช่วยเหลือจากภรรยาเศรษฐี ภรรยาคหบดี ภรรยามุขมนตรี หรือภรรยาพราหมณ์ ท่านก็จะปรากฏกายในรูปภรรยาเศรษฐี ภรรยาคหบดี ภรรยามุขมนตรี หรือภรรยาพราหมณ์ และเทศนาธรรมโปรดพวกเขา

ถ้าพวกเขาต้องการความช่วยเหลือจากชายหนุ่มหรือหญิงสาว ท่านก็จะปรากฏกายในรูปชายหนุ่มหรือหญิงสาว และเทศนาธรรมโปรดพวกเขา

 

 

ถ้าพวกเขาต้องการความช่วยเหลือจากเทวดา นาค ยักษ์ คนธรรพ์ อสูร ครุฑ กินนร มโหรคะ มนุษย์หรืออมนุษย์ ท่านก็จะปรากฏกายในรูปเหล่านี้ และเทศนาธรรมโปรดพวกเขา

ถ้าพวกเขาต้องการความช่วยเหลือจากเทพวัชรปราณี ท่านก็จะปรากฏกายในรูปเทพวัชรปราณี และเทศนาธรรมโปรดพวกเขา

เหล่านี้คือบุญกุศลที่พระพุทธพระอวโลกิเตศวรโพธิ์สัตว์(พระโพธิสัตว์ผู้รับฟังเสียงร้องของโลก)นี้ได้รับแล้วและถือเอารูปกายต่างๆ เดินทางไปในแดนต่างๆ เพื่อช่วยเหลือสรรพสัตว์ เพราะเหตุนี้เธอและคนอื่นๆ ควรจะถวายทานแด่พระพุทธพระอวโลกิเตศวรโพธิสัตว์(พระโพธิสัตว์ผู้รับฟังเสียงร้องของโลก) ด้วยใจหนึ่งเดียว  การที่พระองค์ต้องการจะรับฟังปัญหาคำร่ำร้องจากสรรพสัตว์แนวทางการเข้าหาสรรพสัตว์ด้วยการทำตนให้มีบุคลิก ฐานะและลักษณะเสมอด้วยสรรพสัตว์ที่พระองค์ทรงเข้าไปรับฟัง จึงเป็นกุศโลบายและแนวทางที่ชาญฉลาดที่จะทำให้สรรพสัตว์ที่เข้าไปรับฟังเกิดความอุ่นใจ ไว้วางใจ เพราะคิดว่าพระองค์เป็นเพื่อน เป็นพวกเดียวกัน ลดความวิตกกังวล ลดความไม่เชื่อใจ และสนิทใจที่จะให้ข้อมูลในปัญหาที่ประสบตามความเป็นจริง ทั้งยินดีรับฟังและยินดีปฏิบัติตามในแนวทางช่วยเหลือของพระองค์อย่างเชื่อถือสนิทใจ 

ซึ่งแนวทางและกุศโลบายเป็นตัวอย่างที่ดีต่อผู้นำทั้งหลายที่จะนำไปใช้ในการบริหารผู้ใต้บังคับบัญชา  มีผู้นำหลายคนปลอมตัวไปเป็นพนักงานเพื่อไปรับทราบปัญหาจากลูกค้าและผู้ใต้บังคับบัญชาระดับล่าง ด้วยเหตุปัญหาที่แท้จริงถูกผู้บริหารระดับกลางต้น ระดับกลาง ตัดตอนมิให้ส่งความจริงมาถึงฝ่ายบริหารระดับบน 

ในประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีนในยุคโบราณ จักรพรรดิของแผ่นดินจีนที่ดำรง ในตำแหน่งฮ่องเต้หลายพระองค์ เช่น จักพรรดิคังซีฮ่องเต้ จักพรรดิเฉียนหลงฮ่องเต้ที่ประสบความสำเร็จในการบริหารบ้านเมือง ทรงมีพระราชกรณียกิจสำคัญที่แตกต่างจากฮ่องเต้องค์อื่นๆ ก็คือทรงโปรดที่จะปลอมตัวเป็นสามัญชนออกเดินทางโดยส่วนพระองค์แบบปิดลับไม่ให้ข้าราชการท้องถิ่นล่วงรู้ เพื่อไปสืบดูการปฏิบัติหน้าที่ของข้าราชการในท้องถิ่นและสอบถามทุกข์สุขความเป็นอยู่ของราษฎรของพระองค์ มีผลทำให้ในรัชสมัยของพระองค์มีความเจริญรุ่งเรืองเป็นอย่างมาก 

พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงได้นำตัวอย่างที่ดีของฮ่องเต้จีนในยุคโบราณดังกล่าว มาประยุกต์ใช้ในประเทศไทย โดยทรงได้ทำพระราชกรณียกิจที่สำคัญ คือ ทรงออกประพาสต้นพระราชดำเนินออกไปตามหัวเมืองในแบบปิดลับไม่ให้ข้าราชการท้องถิ่นรับรู้ เพื่อสืบสภาพความเป็นอยู่ของประชาชนและการทำงานของข้าราชการตามหัวเมืองที่ห่างไกล ทำให้พระองค์บริหารประเทศไทยได้เจริญรุ่งเรือง เป็นที่รักยิ่งของประชาชน จนเมื่อพระองค์สวรรคตประชาชนได้ขนานพระนามของพระองค์ว่า พระปิยมหาราช กษัตริย์อันเป็นที่รักของประชาชนชาวไทย

สำหรับในยุคปัจจุบันพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช  ทรงได้เจริญรอยตามพระปิยะมหาราช  พระองค์ทรงได้เสด็จราชดำเนินไปเยี่ยมความทุกข์สุขของพสกนิกรของพระองค์ในแทบทุกที่ แม้แต่ในท้องที่ทุรกันดาร ท้องที่ที่เป็นภูเขาสูง ที่ไม่มีทางคมนาคมไปถึง ต้องเดินทางอย่างยากลำบากด้วยพระบาท ก็ทรงราชดำเนินไปอย่างไม่ย่อท้อเพื่อที่จะรับทราบปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนที่รักของพระองค์ด้วยพระเนตรพระกรรณของพระองค์เอง ดังนั้นการที่พระองค์ได้เสด็จราชดำเนินแบบส่วนพระองค์ดังกล่าว ทำให้พระองค์เห็นสภาพผู้คน สภาพบ้านเมือง และสภาพปัญหาในพื้นที่ตามความเป็นจริง  ทำให้พระองค์ทรงสามารถแก้ไขปัญหาได้ตรงกับความต้องการของประชาชน ภายใต้โครงการตามพระราชดำริ  การดำเนินพระราชกรณียกิจของพระองค์ได้รับการยกย่องสรรเสริญจากไพร่ฟ้าของพระองค์และเป็นตัวอย่างที่ดีของกษัตริย์ประเทศอื่นๆ เป็นที่เลื่องลือไปทั่วโลกในฐานะกษัตริย์เหนือกษัตริย์  ในความเชื่อของลัทธิฝ่ายมหายานและประชาชน เชื่อว่าพระองค์ได้ทรงปฏิบัติเยี่ยงพระโพธิสัตว์  ซึ่งเป็นที่รักยิ่งหนึ่งในดวงใจของประชาชนชาวไทย  แม้พระองค์จะได้เสด็จสวรรคตไปแล้ว  แต่พระราชกรณียกิจและโครงการตามพระราชดำริของพระองค์ยังตราตรึงในหัวใจของประชาชนชาวไทยไปชั่วกาลดุจดังเทพเจ้าองค์หนึ่ง

 

 

 

"Inexhaustible Intent, this Bodhisattva Perceiver of the World's Sounds has succeeded in acquiring benefits such as these and, taking on a variety of different forms, goes about among the lands saving living beings. For this reason you and the others should single-mindedly offer alms to Bodhisattva Perceiver of the World's Sounds. This bodhisattva and mahasattva Perceiver of the World's Sounds can bestow fearlessness on those who are in fearful, pressing or difficult circumstances. That is why in this saha world everyone calls him Bestower of Fearlessness."

 

อักษยมติ(ผู้มีความตั้งใจอย่างลึกล้ำ/อย่างไม่มีที่สิ้นสุด)  เหล่านี้คือบุญกุศลที่พระพุทธพระอวโลกิเตศวรโพธิ์สัตว์(พระโพธิสัตว์ผู้รับฟังเสียงร้องของโลก)นี้ได้รับแล้วและถือเอารูปกายต่างๆ เดินทางไปในแดนต่างๆ เพื่อช่วยเหลือสรรพสัตว์ เพราะเหตุนี้เธอและคนอื่นๆ ควรจะถวายทานแด่พระพุทธพระอวโลกิเตศวรโพธิ์สัตว์(พระโพธิสัตว์ผู้รับฟังเสียงร้องของโลก) ด้วยใจหนึ่งเดียว พระอวโลกิเตศวรโพธิ์สัตว์(พระโพธิสัตว์ผู้รับฟังเสียงร้องของโลก)นี้ สามารถที่จะประทานความไม่กลัวให้แก่ผู้ที่ตกอยู่ในสถานการณ์อันน่ากลัว ถูกบีบคั้นหรือยากลำบากทั้งปวง นั่นคือเหตุที่ในสหาโลกธาตุนี้ทุกคนเรียกท่านว่า พระผู้ประทานความไม่กลัว

 

อรรถกถา : ความไม่กลัวหรือความกล้า  เป็นพฤติกรรมที่สำคัญสำหรับผู้ที่ต้องการความหลุดพ้นจากสภาพของสัตวะลักษณะ(สภาพความเป็นสัตว์)  ทางการแพทย์ถ้ามนุษย์และสัตว์ทั้งหลายเกิดความกลัว  ร่างกายจะหลั่งฮอร์โมนพิษ เช่น ฮอร์โมนอะดรีนาลิน ฮอร์โมนคอร์ติซอล ฯ  ที่จะกระตุ้นให้หัวใจเต้นแรง สูบฉีดเลือดมากขึ้น มีความดันโลหิตสูงขึ้น เพื่อให้พร้อมต่อการต่อสู้หรือวิ่งหลบหนี  ถ้าสัตว์มีความกลัวเกิดขึ้นเรื่อยๆบ่อยๆ ก็จะทำให้ศักยภาพทางกายที่ช่วยเหลือเพื่อการเอาชีวิตรอดลดน้อยถอยลง จนเป็นเหยื่อให้กับผู้ล่าในที่สุด  นอกจากนี้ความกลัวถูกเรียกว่าเป็นจุดดำแห่งความชั่วร้าย  ถ้าบุคคลใดยังมีความกลัวอยู่ไม่ว่าในเรื่องใด  เชื่อว่าเขามีเมล็ดพันธ์แห่งความชั่วร้ายอยู่ในใจ  สักวันหนึ่งเมล็ดพันธุ์ชั่วร้ายจะแตกกอออกมาเพื่อจูงสรรพสัตว์ลงสู่อบายไม่หลุดพ้นจากวัฏสงสาร ทั้งยังทำตัวเป็นมาร ทำตัวเป็นอุปสรรคสร้างความหวาดกลัวให้กับผู้ที่ปรารถนาจะทำให้ความดี  ในรูปแบบต่างๆ ทั้งในสภาพความเจ็บป่วย การข่มขู่ของสัตว์ บุคคล นักบวช เศรษฐี ผู้มีอำนาจรัฐ  ขุนนาง กษัตริย์ ฯลฯ ทำให้เกิดความระย่นย่อท้อแท้จนไม่กล้าทำความดีเหล่านั้นด้วยเมล็ดพันธุ์ความกลัวที่อยู่ในใจของเขาเบ่งบานขึ้น

ความกล้า จึงเป็นสิ่งที่กำจัดอกุศลทั้งปวง  ความกล้าเป็นพื้นฐานที่สำคัญสำหรับคนที่ปรารถนาทำความดี ปรารถนาที่จะก้าวไปสู่ความเป็นผู้บริสุทธิ์ ปรารถนาที่จะก้าวสู่ความเป็นพระอริยะบุคคล ปรารถนาที่จะก้าวสู่ความเป็นพระโพธิสัตว์หรือพระพุทธเจ้าในอนาคต  ดังนั้นการที่พระอวโลกิเตศวรโพธิ์สัตว์(พระโพธิสัตว์ผู้รับฟังเสียงร้องของโลก)นี้ สามารถที่จะประทานความไม่กลัวให้แก่ผู้ที่ตกอยู่ในสถานการณ์อันน่ากลัว ถูกบีบคั้นหรือยากลำบากทั้งปวง นั่นคือเหตุที่ในสหาโลกธาตุนี้ทุกคนเรียกท่านว่า พระผู้ประทานความไม่กลัว   ถ้าพวกเขาระลึกถึงและยึดถือคำสอนของพระอวโลกิเตศวรมหาโพธิสัตว์กวนอิม  ตามปรัชญาปารมิตาหฤทัยสูตร พิจารณาด้วยปัญญาเห็นว่า ความกลัวทั้งหมด คือ ความว่าง จนปล่อยวางได้ จิตใจมิได้ยึดมั่นถือมั่น ไม่เกิดการปรุงแต่งในจิตใจ แล้วมีความกล้าหาญในจิตใจที่จะทำความดี ไม่กลัวต่อกิเลสมารทั้งหลาย  มีความกล้าหาญดุจดังพระพุทธเจ้าขณะที่จะบรรลุเป็นพระพุทธเจ้าได้มีพญามารมาขวางเพื่อให้พระองค์หวาดกลัวทั้งกองทัพมาร บุตรสาวพญามารที่ยั่วยวนตัณหาราคะ และมารที่มีหน้าตาเหมือนพระองค์เอง พระพุทธองค์ก็หาได้หวาดกลัวไม่ พระพุทธองค์ทรงมีความกล้าหาญ  จนสามารถพิชิตมาร ทำให้พญามารล่าถอย  ไม่มีความกลัวในการทำความดี จนพระพุทธองค์ได้ตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้า

 

 

Bodhisattva Inexhaustible Intent said to the Buddha, "World-Honored One, now I must offer alms to Bodhisattva Perceiver of the World's Sounds."

 

(พระอักษยมติโพธิสัตว์ (พระโพธิสัตว์ผู้มีความตั้งใจอย่างลึกล้ำ/อย่างไม่มีที่สิ้นสุด) กราบทูลพระพุทธองค์ว่า ข้าแต่พระผู้มีพระภาคเจ้า ในเวลานี้ต้องการที่จะถวายทานแด่พระอวโลกิเตศวรโพธิ์สัตว์(พระโพธิสัตว์ผู้รับฟังเสียงร้องของโลก) พระพุทธเจ้าข้า

Then he took from his neck a necklace adorned with numerous precious gems, worth a hundred or a thousand taels of gold, and presented it to [the bodhisattva], saying, "Sir, please accept this necklace of precious gems as a gift in the Dharma."

         ในเวลานั้นท่านได้ถอดเอาสร้อยคออัญมณีมูลค่าหนึ่งร้อยหรือหนึ่งพันตำลึงทองออก แล้วนำไปถวายแด่พระอวโลกิเตศวรโพธิ์สัตว์(พระโพธิสัตว์ผู้รับฟังเสียงร้องของโลก)พร้อมกล่าวว่า ท่านผู้เจริญ ได้โปรดรับสร้อยคออัญมณีนี้เป็นของกำนัลในพระธรรมด้วยเถิด

At that time Bodhisattva Perceiver of the World's Sounds was unwilling to accept the gift.

ในเวลานั้นพระอวโลกิเตศวรโพธิ์สัตว์(พระโพธิสัตว์ผู้รับฟังเสียงร้องของโลก)มิได้ตั้งใจที่จะรับของกำนัลนั้น

Inexhaustible Intent spoke once more to Bodhisattva Perceiver of the World's Sounds, saying, "Sir, out of compassion for us, please accept this necklace."

พระอักษยมติโพธิสัตว์ (พระโพธิสัตว์ผู้มีความตั้งใจอย่างลึกล้ำ/อย่างไม่มีที่สิ้นสุด)จึงได้กล่าวแก่พระอวโลกิเตศวรโพธิ์สัตว์(พระโพธิสัตว์ผู้รับฟังเสียงร้องของโลก)อีกครั้งหนึ่งว่า ท่านผู้เจริญ ขอท่านเมตตาแก่เรา โปรดรับสร้อยคอนี้ด้วยเถิด

 

 

 

 

 

Then the Buddha said to Bodhisattva Perceiver of the World's Sounds, "Out of compassion for this bodhisattva Inexhaustible Intent and for the four kinds of believers, the heavenly beings, dragons, yakshas, gandharvas, asuras, garudas, kimnaras, mahoragas, human and nonhuman beings, you should accept this necklace."

ในเวลานั้นพระพุทธองค์ตรัสแก่ พระอวโลกิเตศวรโพธิ์สัตว์(พระโพธิสัตว์ผู้รับฟังเสียงร้องของโลก)ว่า เพื่อความเมตตาแก่พระอักษยมติโพธิสัตว์ (พระโพธิสัตว์ผู้มีความตั้งใจอย่างลึกล้ำ/อย่างไม่มีที่สิ้นสุด) บริษัท ๔ เทวดา นาค ยักษ์ คนธรรพ์ อสูร ครุฑ กินนร มโหรคะ มนุษย์และอมนุษย์ ท่านควรรับสร้อยคอนี้ไว้

Thereupon Bodhisattva Perceiver of the World's Sounds, having compassion for the four kinds of believers and the heavenly beings, dragons, human and nonhuman beings and the others, accepted the necklace and, dividing it into two parts, presented one part to Shakyamuni Buddha and presented the other to the tower of the Buddha Many Treasures.

ครั้นแล้วพระอวโลกิเตศวรโพธิ์สัตว์(พระโพธิสัตว์ผู้รับฟังเสียงร้องของโลก) เพื่อความเมตตาแก่บริษัท ๔ และเทวดา นาค มนุษย์และอมนุษย์และคนอื่นๆ จึงรับสร้อยคอไว้ จากนั้นแบ่งสร้อยออกเป็นสองส่วน ส่วนหนึ่งถวายแด่พระศากยมุนีพุทธเจ้าและส่วนหนึ่งถวายแด่หอรัตนะของพระประภูตรัตนพุทธะ

อรรถกถา : การที่พระอักษยมติโพธิสัตว์ (พระโพธิสัตว์ผู้มีความตั้งใจอย่างลึกล้ำ/อย่างไม่มีที่สิ้นสุด) ได้กราบทูลพระพุทธองค์ เพื่อต้องการที่จะถวายทานแด่พระอวโลกิเตศวรโพธิ์สัตว์(พระโพธิสัตว์ผู้รับฟังเสียงร้องของโลก) โดยได้ถอดเอาสร้อยคออัญมณีมูลค่าหนึ่งร้อยหรือหนึ่งพันตำลึงทองออก แล้วนำไปถวายแด่พระอวโลกิเตศวรโพธิ์สัตว์(พระโพธิสัตว์ผู้รับฟังเสียงร้องของโลก)

ในวาระแรกพระอวโลกิเตศวรโพธิ์สัตว์(พระโพธิสัตว์ผู้รับฟังเสียงร้องของโลก) ทรงมิได้ตั้งใจที่จะรับของกำนัลนั้น)ทำให้พระอักษยมติโพธิสัตว์ (พระโพธิสัตว์ผู้มีความตั้งใจอย่างลึกล้ำ/อย่างไม่มีที่สิ้นสุด)จึงได้กล่าวแก่พระอวโลกิเตศวรโพธิ์สัตว์(พระโพธิสัตว์ผู้รับฟังเสียงร้องของโลก) ได้วิงวอนขอให้ท่านเมตตาพระอวโลกิเตศวรโพธิ์สัตว์(พระโพธิสัตว์ผู้รับฟังเสียงร้องของโลก)มีเมตตารับสร้อยคอนี้ด้วย

ในเวลานั้นพระพุทธองค์ตรัสแก่ พระอวโลกิเตศวรโพธิ์สัตว์(พระโพธิสัตว์ผู้รับฟังเสียงร้องของโลก)ว่า เพื่อความเมตตาแก่พระอักษยมติโพธิสัตว์ (พระโพธิสัตว์ผู้มีความตั้งใจอย่างลึกล้ำ/อย่างไม่มีที่สิ้นสุด) บริษัท ๔  เทวดา นาค ยักษ์ คนธรรพ์ อสูร ครุฑ กินนร มโหรคะ มนุษย์และอมนุษย์ ท่านควรรับสร้อยคอนี้ไว้

ทำให้พระอวโลกิเตศวรโพธิ์สัตว์(พระโพธิสัตว์ผู้รับฟังเสียงร้องของโลก)ด้วยคำแนะนำแห่งพระพุทธองค์และ เพื่อความเมตตาแก่บริษัท ๔ และเทวดา นาค มนุษย์และอมนุษย์และคนอื่นๆ จึงได้ทรงรับสร้อยคอไว้ จากนั้นแบ่งสร้อยออกเป็นสองส่วน ส่วนหนึ่งถวายแด่พระศากยมุนีพุทธเจ้าและส่วนหนึ่งถวายแด่หอรัตนะของพระประภูตรัตนพุทธะ

พระประภูตรัตนพุทธเป็นพระพุทธเจ้าตามความเชื่อของลัทธิฝ่ายมหายาน  ในคัมภีร์สัทธรรมปุณฑริกสูตร กล่าวว่าเป็นพระพุทธเจ้าในอดีตที่จะปรากฎพระองค์ทุกครั้งที่มีการแสดงพระสัทธรรมปุณฑริกสูตร  ซึ่งรวมทั้งในการแสดงพระสูตรในครั้งนี้ของพระศากยมุนีพุทธเจ้าด้วย  เป็นหนึ่งในคำสอนที่ยืนยันความเชื่อของฝ่ายมหายานว่าความเป็นพระพุทธเจ้ามิได้สิ้นสุดลงที่การปรินิพพานแต่จะคงอยู่ในโลกต่อไปในอนาคตอันยาวนาน

 

หอรัตนะประดับประดาด้วยอัญมณี 7 ชนิด  ได้แก่ ทอง เงิน ไพฑูรย์ หอยสังข์ หินโมรา ไข่มุก และโกเมน  แล้วพระศากยมุนีพุทธเจ้าและพระประภูตรัตนพุทธะ  สองพระพุทธะได้ประทับเคียงข้างกันในหอรัตนะนี้ หอรัตนะนี้จะปรากฎในสถานที่ที่มีการเทศนาสัทธรรมปุณฑริกสูตร และให้การรับรองว่าเป็นความจริงต่อสัทธรรมปุณฑริกสูตร

การถวายทานโดยมอบสร้อยคอดังกล่าวของพระอักษยมติโพธิสัตว์ (พระโพธิสัตว์ผู้มีความตั้งใจอย่างลึกล้ำ/อย่างไม่มีที่สิ้นสุด)  ต่อพระอวโลกิเตศวรโพธิสัตว์(พระโพธิสัตว์ผู้รับฟังเสียงร้องของโลก) และพระอวโลกิเตศวรโพธิสัตว์(พระโพธิสัตว์ผู้รับฟังเสียงร้องของโลก) เมื่อรับสร้อยคอไว้ แล้วได้แบ่งสร้อยออกเป็นสองส่วน

ส่วนหนึ่งถวายแด่พระศากยมุนีพุทธเจ้าและส่วนหนึ่งถวายแด่หอรัตนะของพระประภูตรัตนพุทธะ) เป็นการแสดงถึงตัวอย่างของการถวายทานคือ ประการแรก เป็นการถวายทานแก่พระพุทธเจ้าทั้งในอดีตและปัจจุบัน ประการที่สอง เป็นการถวายทานเพื่อบูชาสัทธรรมปุณฑริกสูตร

 

 

[The Buddha said,] "Inexhaustible Intent, these are the kinds of freely exercised supernatural powers that Bodhisattva Perceiver of the World's Sounds displays in his comings and goings in the saha world."

พระพุทธองค์ตรัสว่า อักยมติ(ผู้มีความตั้งใจอย่างลึกล้ำ/อย่างไม่มีที่สิ้นสุด) เหล่านี้คืออิทธิฤทธิ์ที่พระอวโลกิเตศวรโพธิ์สัตว์(พระโพธิสัตว์ผู้รับฟังเสียงร้องของโลก)ใช้ในการมาการไปในสหาโลกธาตุนี้)

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ปริศนาธรรมที่แฝงเร้นในสัทธรรมปุณฑริกสูตร

 

บทที่ 25 สมันตมุขปริวรรตะ

มหากรุณาธิคุณและมหาปัญญาธิคุณของ

พระอวโลกิเตศวรมหาโพธิสัตว์กวนอิม

กับการรับฟังเสียงร่ำร้องของโลก

 

อรรถกถา ตอนที่ 2

ภาคคาถาประพันธ์ (ร้อยกรอง)

 

 

 

 

At that time Bodhisattva Inexhaustible Intent posed this question in verse form:

ครั้งนั้นพระอักษยมติโพธิสัตว์ (พระโพธิสัตว์ผู้มีความตั้งใจอย่างลึกล้ำ/อย่างไม่มีที่สิ้นสุด) ได้ทูลถามปัญหาในรูปของคาถาประพันธ์ดังนี้

 

World-Honored One replete with wonderful features,

พระผู้มีพระภาคเจ้าผู้อุดมด้วยลักษณะอันมหัศจรรย์

 

 I now ask you once again

บัดนี้ ข้าพระองค์ขอทูลถามพระองค์อีกครั้ง

 

for what reason that Buddha's son

เพราะเหตุอะไรพระพุทธบุตรองค์นั้น

 

is named Perceiver of the World's Sounds?

จึงได้สมญานามว่า อวโลกิเตศวร (ผู้รับฟังเสียงร้องของโลก)

 

The Honored One endowed with wonderful features replied to Inexhaustible Intent in verse:

พระผู้มีพระภาคเจ้าผู้เพียบพร้อมด้วยลักษณะมหัศจรรย์ ได้ตรัสตอบพระอักษยมติ (พระผู้มีความตั้งใจอย่างลึกล้ำ/อย่างไม่มีที่สิ้นสุด)เป็นคาถาดังนี้)

 

Listen to the actions of the Perceiver of Sounds,

จงฟังการกระทำของอวโลกิเตศวร

 

how aptly he responds in various quarters.

เขาสนองตอบในทุกภาคส่วนอย่างเหมาะสมได้อย่างไร

 

His vast oath is deep as the ocean;

คำปฏิณญาอันกว้างขวางของเขาลึกดังมหาสมุทร

 

kalpas pass but it remains unfathomable.

แม้หลายกัปผ่านไปแต่มันก็ไม่อาจหยั่งถึงได้

 

He has attended many thousands and millions of Buddhas,

เขาได้ปรนนิบัติพระพุทธหลายพันล้านพระองค์มาแล้ว

 

setting forth his great pure vow.

ทำการประกาศมหาปณิธานอันบริสุทธิ์ของเขา

 

I will describe him in outline for you

เราจะบรรยายเรื่องของเขาโดยย่อแก่เธอ

 

listen to his name, observe his body,

จงฟังชื่อของเขา จงดูกายของเขา

 

bear him in mind, not passing the time vainly,

จงจำเขาไว้ในใจ อย่าให้เวลาผ่านไปอย่างไร้ค่า

 

for he can wipe out the pains of existence.

เพราะว่าเขาสามารถขจัดความเจ็บปวดของชีวิต

สมมติว่ามีใครคิดจะทำร้ายแก่เธอ

should push you into a great pit of fire.

จะผลักเธอเข้าไปในบ่อเพลิงใหญ่

Think on the power of that Perceiver of Sounds

จงคิดถึงพลังแห่งอวโลกิเตศวรนั้น

and the pit of fire will change into a pond!

บ่อเพลิงนั้นก็จะกลายเป็นบ่อน้ำ

อรรถกถา :มายาแห่งกิเลสแบบที่ 1   วางกับดัก

ลีลาแห่งมาร : การผลัก  เปรียบได้กับการใช้การล่อลวง การหลอกลวง การลวงด้วยคำเท็จ การขุดบ่อล่อปลา เพื่อให้หลงเชื่อ และให้เดินทางสู่ถนนแห่งกิเลสตามที่ล่อลวงไว้

บ่อเพลิง หรือ บ่อน้ำ  เป็นสิ่งที่ไม่ได้เกิดตามธรรมชาติ  ต้องมีการก่อหรือขุดตัก จนเกิดลักษณะของบ่อที่สามารถกับเก็บไฟหรือน้ำจำนวนมากไว้ได้  ดังนั้นลักษณะของบ่อไฟหรือบ่อน้ำ  เกิดจากการเสาะแสวงและจัดสร้างขึ้นเพื่อล่อลวงชักนำน้ำหรือสิ่งหนึ่งสิ่งใดให้ไหลเข้ามา โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อหวังแสวงหาประโยชน์จากสิ่งนั้นๆเพื่อให้ตนเองได้รับความพึงพอใจและความสุขสบายให้กับตน 

ดังนั้นคำว่าบ่อเพลิง จึงเปรียบได้กับการสร้างสิ่งล่อลวงขึ้น ที่มิได้เกิดขึ้นมาโดยเหตุตามธรรมชาติปกติที่อาจเป็นวัสดุสิ่งของของเหลวยาสารเคมีอาหารเครื่องดื่มหรือประดิษฐ์คำพูดหรือประกาศหรือรูปแบบการบริการ   อันมีวัตถุประสงค์เพื่อกระตุ้นให้ผู้ที่สัมผัสเกิดการพัฒนากองกิเลส คือ ความโลภ ความโกรธ ความหลง  ให้เพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ  อย่างต่อเนื่องในสิ่งที่เป็นกับดักต่อร่างกายและจิตใจเหล่านั้น  จนเกิดเป็นเพลิงกิเลสที่มีความรุนแรงมากกว่าปกติวิสัย  ผลักดันให้บุคคลเป้าหมายปรับเปลี่ยนพฤติกรรม ถูกโฆษณาโน้มน้าวใจให้หลงผิด มีผลทำให้เพื่อให้บุคคลเป้าหมายเกิดมิจฉาจิตเห็นดีเห็นงามไปกับสิ่งต่างๆที่ถูกกับดักล่อลวงไว้ออกเดินทางดิ้นรนเพื่อแสวงหาเพื่อสัมผัสในสิ่งที่ถูกล่อลวงดังกล่าวด้วยตนเองโดยอัตโนมัติโดยไม่จำเป็นต้องล่อลวงซ้ำๆอีก 

ดังนั้นถ้ายึดถือคำสอนของพระอวโลกิเตศวรมหาโพธิสัตว์กวนอิม  ตามปรัชญาปารมิตาหฤทัยสูตร พิจารณาด้วยปัญญาเห็นว่าบ่อเพลิงหรือกับดักที่กระตุ้นกิเลส 3 คือ ความว่าง และจิตใจมิได้ยึดมั่นถือมั่นต่อกิเลส 3 ที่เกิดจากบ่อไฟเหล่านั้น  จะทำให้จิตใจมีความเบาสบายและสุขสงบ  บ่อไฟหรือกองกิเลสที่รุนแรงที่สร้างความทุกข์อย่างแสนเข็ญ  ก็จะระงับดับไป  กลายเป็น บ่อน้ำ ที่ให้ความสุขสงบต่อจิตใจอย่างมาก

If you should be cast adrift on the vast ocean,

ถ้าเธอถูกโยนลงไปลอยอยู่ในมหาสมุทรกว้าง

menaced by dragons, fish and various demons,

ถูกคุกคามทำร้ายโดยพวกนาค ปลา และปีศาจต่างๆ

think on the power of that Perceiver of Sounds

จงคิดถึงพลังแห่งอวโลกิเตศวรนั้น

and the billows and waves cannot drown you!

คลื่นใหญ่คลื่นน้อยไม่สามารถทำให้เธอจมได้

อรรถกถา : มายาแห่งกิเลสแบบที่ 2   หลงมัวเมา

ลีลาแห่งมาร: การถูกโยนลงไปในมหาสมุทร    เปรียบได้กับการถูกกระตุ้นอารมณ์และจิตใจด้วยกับดักมายาต่างๆ จนเกิดความเคลิบเคลิ้ม เกิดมิจฉาจิตฝังอยู่ในจิตใต้สำนึก เกิดความหิวโหยในกิเลสอย่างต่อเนื่อง ทำให้คิดคร่ำเคร่งหมกมุ่นเฝ้ามัวเมา  จิตโหยหิวออกแสวงหาไขว่คว้าให้ได้มาซึ่งสิ่งเหล่านั้นอย่างต่อเนื่อง ดุจดั่งร่างกายจมอยู่ในมหาสมุทรแห่งมิจฉาจิต ต้องผลักดันร่างกายและจิตใจแสวงหาสิ่งที่สนองตอบต่อจิตที่โหยหาในกิเลสนั้นๆ  ดุจหนอนที่ตกในอาจมไม่อาจหลุดพ้นจากอาจมนั้นได้

Suppose you are on the peak of Mount Sumeru

สมมติว่าเธอไปอยู่บนยอดเขาพระสุเมรุ

 

and someone pushes you off.

มีคนบางคนผลักเธอตกลงมา

 

Think on the power of that Perceiver of Sounds

จงคิดถึงพลังแห่งอวโลกิเตศวรนั้น

 

and you will hang in midair like the sun!

เธอจะลอยค้างอยู่กลางอากาศเหมือนดวงอาทิตย์

 

Suppose you are pursued by evil men

สมมติว่าเธอถูกคนร้ายไล่ล่า

 

who wish to throw you down from a diamond mountain.

พวกเขาปรารถนาจะโยนเธอลงจากภูเขาเพชร

Think on the power of the Perceiver of Sounds

จงคิดถึงพลังแห่งอวโลกิเตศวรนั้น

 

and they cannot harm a hair of you!

พวกมันมิอาจทำอันตรายแม้เส้นผมของเธอได้

 

อรรถกถา : มายาแห่งกิเลสแบบที่ ทางสองแพร่งและทางสามแยกแห่งจิตใจ

ลีลาแห่งมาร:

ทางแพร่งที่ ทางแพร่งสู่เขาพระสุเมรุ

58

เขาพระสุเมรุ  เป็นเขาศักดิ์สิทธิ์ที่สุดเป็นสถานที่ที่ทุกคนปรารถนาที่จะปีนขึ้นไป  การขึ้นไปบนยอดเขาได้แสดงว่าเป็นการแสดงความยึดมั่นถือมั่นในตัวตนที่จะทะยานอยากที่จะแสดงตัวตนออกมาให้สังคมรับรู้และยอมรับจากสังคม ในแง่ที่ตัวของเขานั้นเป็นคนที่มีจิตมุ่งมั่นในการทำคุณความดี  การที่ไปอยู่บนยอดเขาที่เรียกว่าได้รับความสำเร็จตามที่ตั้งใจไว้แล้วแต่ก็ยังอยู่ในสถานการณ์ที่ไม่น่าไว้วางใจในเสถียรภาพของตน  เพราะเมื่อก้าวขึ้นสู่สุดยอดของคุณความดีในทางโลกบำเพ็ญจิตใจมีหิริโอตัปปะบำเพ็ญบุญติดอยู่กับการทำบุญทำทานในงานบุญต่างๆบริจาคเงินสร้างสาธารณะสมบัติสร้างศาสนาสถานภายใต้จิตใจที่ปิติยินดี ผลบุญที่เขาได้รับเทียบได้กับการเสวยบุญในสวรรค์ แล้ว ตนจะต้องพิจารณาต่อไปว่าตนจะก้าวไปสู่คุณความดีในทางธรรมต่อไปหรือไม่

       การที่จะก้าวไปสู่คุณความดีทางธรรม ต้องพิจารณาตัดสินใจในทางสามแยกอีกครั้ง

ทางแยกที่ 1 ต้องการมุ่งไปสู่การฝึกฝนพัฒนาจิตด้านสมถกรรมฐานเพื่อให้เกิดฌานสมาบัติไม่ว่ารูปฌานและอรูปฌานเพื่อหวังเสวยบุญในพรหมโลก

 

หรือทางแยกที่ 2 ต้องการมุ่งสู่การฝึกฝนจิตเข้าสู่โลกุตรธรรมเพื่อการหลุดพ้นเป็นพระอริยบุคคลพระโสดาบัน พระสกิทาคามี พระอนาคามี และพระอรหันต์ โดยมีวัตถุประสงค์ไม่ต้องการกลับมาเกิดอีก

 

หรือทางแยกที่ 3 ต้องการพิจารณาฝึกฝนจิตใจเข้าสู่โลกุตรธรรมศึกษาสูญตาธรรม ภายใต้การปฏิบัติอย่างเข้มในการบำเพ็ญบารมี 6 บารมี 10เป็นพระโพธิสัตว์เพื่อหวังเป็นพระพุทธเจ้าในอนาคต

ด้วยเหตุที่คนจำนวนมากหรือเกือบทั้งหมดที่ตัดสินใจปีนเขาพระสุเมรุ จะหยุดยั้งติดสุขอยู่ในคุณความดีในทางโลกและติดการเสวยสุขในโลกสวรรค์หรือสุขของการบำเพ็ญสมาธิจิตในพรหมโลก ไม่ตัดสินใจมุ่งสู่คุณความดีทางโลกุตรธรรม

ดังนั้นจึงมีพระอริยบุคคลและพระโพธิสัตว์ที่มองเห็นคุณความดีในทางโลกุตรธรรมและจะต้องการบำเพ็ญบารมีเป็นพระโพธิสัตว์เพื่อโปรดสรรพสัตว์ จึงได้แนะนำให้กับบุคคลผู้ใฝ่ความดีให้ละทิ้งความสุขในโลกสวรรค์และสุขสงบในพรหมโลก เพื่อให้ก้าวสู่โลกุตรธรรม เพื่อความหลุดพ้นในสังสารวัฏเป็นพระอริยบุคคล หรือมุ่งบำเพ็ญเป็นพระโพธิสัตว์เพื่อเป็นพระพุทธเจ้าในอนาคต

 

 

แนวทางหนึ่งในการฝึกฝนจิตเพื่อเข้าสู่คุณความดีทางโลกุตรธรรม ตามคำแนะนำในมัญชุศรีปรัชญาปารมิตาสูตร พวกเขาเหล่านั้นจะได้รับการแนะนำให้เข้าสู่แนวคิดการพิจารณาตามหลักมหาสุญญตาสูตร จุฬสุญญตาสูตร และจตุวัฏฐาน 4  ตลอดจนการพิจารณาธาตุ โดยบำเพ็ญสมถกรรมฐานขั้นอรูปฌาน  สุญญตาสมาบัติ

พิจารณธาตุ  ได้แบ่งธาตุออกเป็นสี่ธาตุ คือรูปธาตุภายนอกดวงจิต รูปธาตุภายในดวงจิต อรูปธาตุในดวงจิต และนิพพานธาตุ

รูปธาตุภายนอกดวงจิต  เกิดจากการประชุมกันอย่างชั่วคราวของธาตุดิน น้ำ ลม ไฟ

รูปธาตุในดวงจิต เกิดจากตาหูจมูกลิ้นกาย ได้สัมผัสรูปธาตุภายนอกดวงจิตซึ่งเป็นที่ประชุมชั่วคราวของธาตุดินน้ำลมไฟ แล้วได้สร้างการจดจำของตาหูจมูกลิ้นกายรับรู้ขึ้นไว้ในสมอง ผูกไว้เป็นหน่วยประสาท(synaps)ในสมอง

 อรูปธาตุในดวงจิต เป็นธาตุที่เกิดจากการที่จิตรับรู้ในเวทนาจิต สังขารจิต  และสัญญาจิต โดยผูกการรับรู้ภายใต้ระบบประสาทอัตโนมัติระบบประสาทส่วนอารมณ์และระบบประสาทส่วนกลาง

นิโรธธาตุหรือนิพพานธาตุหรือสุญญตาธาตุ ในดวงจิต  เป็นธาตุแห่งความว่างหรือความดับของธาตุอื่น ๆ ทั้งหมด ท่านพุทธทาสได้กล่าวไว้ว่าให้ใช้นิโรธธาตุหรือดวงจิตแห่งความว่างไร้การยึดมั่นถือมั่นไร้การปรุงแต่ง ไร้สัญญาจิต ไปสัมผัสกับรูปธาตุและอรูปธาตุในดวงจิตเหล่านั้น ธาตุต่างๆ เหล่านั้นที่เป็นดวงจิตเล็กๆจำนวนมากมายที่เกาะกุมจิตเดิมแท้อยู่ก็จะเกิดความว่าง อวิชชา กิเลสสามและทวิภาวะ พลันดับลง  เข้าสู่สภาวะจิตเดิมแท้

แนวทางการพิจารณาถึงร่างกายที่เรายึดมั่นถือมั่นหลงไหลปรุงแต่งว่าเป็นของเรานั้นที่จริงแล้วว่าเป็นเพียงการประชุมกันอย่างชั่วคราวของธาตุทั้งสี่ซึ่งประกอบด้วยธาตุดินน้ำลมไฟเท่านั้น (สิ่งนี้เรียกว่าเป็นกุศลแห่งสังขตะ) เพื่อลดความยึดมั่นถือมั่นหลงไหลปรุงแต่งในตัวตนของเรานี้เสีย นอกจากนี้ยังสามารถพิจารณาร่างกายให้เห็นเป็นธาตุที่ละเอียดเพิ่มขึ้นว่าธาตุดิน ธาตุน้ำ ในร่างกายแยกออก ธาตุดินเนื้อกระดูกธาตุน้ำของเหลวในร่างกายแหลกไหลลงพื้นดิน ธาตุไฟธาตุลม ลอยขึ้นสู่อากาศ  ด้านล่างสุดเป็นธาตุไฟ ธาตุลมอยู่เหนือธาตุไฟ

พิจารณาธาตุทั้ง 4 ที่ลึกซึ้งยิ่งขึ้นไปอีก เข้าสู่สภาวะไร้ความยึดมั่นถือมั่น ไร้การปรุงแต่ง ไร้สัญญาจิต ธาตุแต่ละธาตุ ไร้สัญญาจิต ไร้การผูกพันต่อกัน สภาวะจากธาตุดินน้ำลมไฟที่ประกอบกันเป็นร่างกาย พิจารณาให้เห็นว่าธาตุต่างๆเหล่านั้นเริ่มที่จะแยกย้ายแตกตัวออกมาเป็นธาตุเดี่ยวๆที่ละเอียดมากขึ้นๆ

ด้วยสภาวะแห่งการไร้สัญญาจิต การแตกตัวที่เกิดขึ้นเป็นการแตกตัวของการเชื่อมโยงของพันธะภายในเนื้อธาตุในระดับโมเลกุล เกิดสภาวะคล้ายการแตกทำลายของโมเลดุลในปฏิริยาฟิวชั่นที่เกิดในดวงอาทิตย์

องค์ประกอบของธาตุที่ไร้สัญญาจิตแตกแยกออกไปจากสารที่มีองค์ประกอบหลายๆธาตุแยกออกเป็นธาตุเดี่ยว ๆ ธาตุเดี่ยวๆแต่ละธาตุที่แยกออกมาแตกตัวเป็นอะตอมเดี่ยวๆ อะตอมที่ไร้สัญญาจิต พันธะในอะตอมพลันแตกสลาย แยกออกเป็น นิวตรอน โปรตรอน อิเลคตรอนเป็นอิสระจากกัน (สิ่งนี้เรียกว่าเป็นกุศลแห่งอสังขตะ)

 ผลแห่งกุศลแห่งอสังขตะ ที่อะตอมที่ไร้สัญญาจิต นิวตรอน โปรตรอน อิเลคตรอนเป็นอิสระจากกัน ทำให้เกิดพลังงานแห่งการแตกตัวของอะตอมละเอียดขั้นสุดท้าย นำเข้าสู่สภาวะการเกิดนิพพานธาตุ อวิชชาไร้ที่เกาะยึดก็พลันดับลง กิเลส 3 และทวิภาวะที่เกาะกุมในดวงจิตไร้ที่เกาะกุม ก็พลันสลายหายไป จิตเดิมแท้ที่เคยโดนเมฆหมอกแห่ง อวิชชา กิเลส 3 และทวิภาวะเกาะกุม ก็พลันฉายแสงขึ้นสุกสว่างดังดวงอาทิตย์ (ดูรายละเอียดเพิ่มเติมในเรื่องจิตเดิมแท้ ในคัมภีร์เว่ยหล่างสูตรและคำสอนของฮวงโป) ทำให้จิตของเราเข้าไปเป็นหนึ่งเดียวกับทุกสรรพสิ่ง บรรลุสู่ความหลุดพ้น

ดังที่พระสูตรเขียนว่า จงคิดถึงพลังแห่งอวโลกิเตศวรนั้น เธอจะลอยค้างอยู่กลางอากาศเหมือนดวงอาทิตย์ นั่นแปลว่าเขาปฏิบัติตามคำแนะนำของ พระอวโลกิเตศวรมหาโพธิสัตว์ทำให้เขาก้าวเข้าสู่เส้นทางแห่งโลกุตรธรรม เข้าสู่สภาวะจิตเดิมแท้เกิดจิตสว่างดั่งดวงอาทิตย์นั้นเอง

 

 

 

 

ทางแพร่งที่ ทางแพร่งสู่เขาเพชร

ภูเขาเพชร  เปรียบได้กับ  พวกเขาเลือกทางเดินในทางโลกที่เต็มไปด้วยกิเลสและความทะยานอยากอันละวางมิได้  มีการสะสมทรัพย์สมบัติมีความโลภและความทะยานอยากอย่างมากมายมหาศาล ดุจหลุมดำในอวกาศ 

การอยู่บนภูเขาเพชร เปรียบได้กับผลแห่งความทะยานอยากของเขาจนได้ครอบครองในทุกสิ่งที่ปรารถนา  ซึ่งสิ่งต่างๆเหล่านั้นก็เป็นที่ต้องการของคนไม่ดีมากมาย ที่จะมาตามไล่ล่าแย่งชิง ทำให้เขาเกิดทุกข์ต่อการดูแลรักษาทรัพย์สมบัติอันน่าปรารถนาของเขาที่มีจำนวนมากมายมหาศาลเอาไว้ดุจปู่โสมเฝ้าทรัพย์ที่ต้องได้รับความทุกข์ทรมานต่อการเฝ้าขุมสมบัติอย่างยาวนาน และผลลัพธ์ที่เขาจะได้คือการถูกทำให้แตกทำลายไปหรือตกอยู่ในผลกรรมที่รับผลแห่งทุกข์ เสวยความทุกข์อยู่ในภพแห่งเปรต หรืออสูร อสุรกาย และสัตว์เดรัจฉาน เพราะความที่ไม่อาจละความยึดมั่นถือมั่นและความทะยานอยากในสมบัติทางโลกเหล่านั้น ที่เรียกว่า ลาภลวงตา ยศลวงโลก

ถ้าพระอวโลกิเตศวรมหาโพธิสัตว์กวนอิมสามารถประทานพลังต่อเขาได้ ก็จะเป็นเกราะกำบังกาย ให้ปลอดภัยจากภัยอันตรายแห่งคนร้าย มิให้มาทำร้ายเขาได้ เพราะพระองค์ได้สอนให้พวกเขาคลายความยึดมั่นในสมบัติทางโลก รู้จักบริจาคทาน ไม่ว่าจะทำได้บ้างบางส่วนไม่ว่ามากหรือน้อย ทำให้ลดความคุ้มคลั่งกดดันของผู้กระหายหิวรอบตัว ทำให้อันตรายที่จะเกิดกับพวกเขาจากผู้ไล่ล่าลดลง มิอาจทำอันตราย แม้เส้นผมของเขา เส้นผมของเขาเป็นตัวแทนแห่งของสูงคือปัญญาญาณ การที่เส้นผมไม่อาจถูกทำร้าย หมายถึงพวกเขาได้ตาสว่างเกิดปัญญาระลึกคำสอนของพระองค์ได้ปล่อยวางความยึดมั่นถือมั่นและความทะยานอยากบ้างแล้วทำให้ลดผลกรรมที่จะเกิดกับเขาลงไป

Suppose you are surrounded by evil-hearted bandits,

สมมติว่าเธอถูกพวกโจรใจร้ายรุมล้อม

 

each brandishing a knife to wound you.

ทุกคนกวัดแกว่งดาบจะทำร้ายเธอ

 

Think on the power of that Perceiver of Sounds

จงคิดถึงพลังแห่งอวโลกิเตศวรนั้น

 

and at once all will be swayed by compassion!

คนใจร้ายจะกลายเป็นคนใจดีในทันที

อรรถกถา : อาวุธแห่งกิเลสแบบที่ 1  ดาบแห่งกิเลสทั้ง 6

ลีลาแห่งมาร : การที่โจรใจร้ายรุมล้อม  ทุกคนกวัดแกว่งดาบจะทำร้ายเธอ  การที่ทำร้ายด้วยดาบ  เปรียบได้กับ  การที่พวกเขาถูกจู่โจมด้วยกิเลสที่ยั่วยวนชวนลุ่มหลงห้ามใจได้ยากทั้งยังตอบสนองต่อสันดานดิบที่ซ่อนเร้นส่งผ่านมายังอายตนะ  6 อันได้แก่ตาหูจมูกลิ้นกายใจ โดยส่งมาในลักษณะของ รูป รส กลิ่น เสียง สัมผัส ธรรมารมณ์  ที่เป็นดั่งดาบ ที่พุ่งเข้ามาทำร้ายร่างกายจิตใจ  ยั่วยวนด้วยกิเลสตัณหาให้คุ้มคลั่งเป็นทุกข์ ปล้นทรัพย์สินเงินทอง ออกไป

 

ดังนั้นถ้ายึดถือคำสอนของพระอวโลกิเตศวรมหาโพธิสัตว์กวนอิม  ตามปรัชญาปารมิตาหฤทัยสูตร พิจารณาด้วยปัญญาเห็นว่า รูป รส กลิ่น เสียง สัมผัส  ธรรมารมณ์  ที่เป็นเหมือน อาวุธ ถูกส่งมาทำร้ายเรา ผ่าน ตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ  คือ ความว่าง และจิตใจมิได้ยึดมั่นถือมั่น ไม่ได้ถูกปรุงแต่งให้ชื่นชมยินดีอยากได้มาครอบครองต่อสิ่งเหล่านั้น  จะทำให้จิตใจมีความเบาสบายและสุขสงบ สิ่งต่างๆ เหล่านั้นที่เปรียบเสมือน อาวุธ ดาบ และ กระบองของ

 

 

คนร้ายที่ถูกส่งออกมา ก็ย่อมจะแตกหักเป็นเสี่ยงๆ และไม่อาจทำร้ายเราได้  ความใจร้ายของเขาจะกลายเป็นความใจดี  หมายถึง สิ่งสำคัญที่ต้องคำนึงเป็นสำคัญที่เน้นย้ำในสัทธรรมปุณฑริกสูตรคือ พระพุทธองค์ทรงแนะนำให้เจริญวิหาร

ธรรมของพระองค์ คือ ความเมตตาที่เป็นวิหาร

ธรรมของพระพุทธองค์  ความเมตตาจะเป็นเกราะกำบังกายให้มีความปลอดภัยจากภัยอันตรายทั้งปวง  ซึ่งพระองค์ดำรัสว่าถ้าจะถือศีลเพียงข้อเดียวเพื่อการปฏิบัติให้ธรรมในจิตเจริญและหลุดพ้นทุกข์ ศีลข้อนั้นคือ เมตตาธรรม  ดังนั้นเมตตาธรรมที่ส่งออกไปจากตัวเขาก็ย่อมมีพลังทำให้ศัตรูเกิดความเมตตา จากคนใจร้ายจะกลายเป็นคนใจดีในทันที

 

Suppose you encounter trouble with the king's law,

สมมติว่าเธอได้รับทุกข์ด้วยราชอาญา

face punishment, about to forfeit your life.

จะถูกลงโทษด้วยการประหารชีวิต

 

 

Think on the power of that Perceiver of Sounds

จงคิดถึงพลังแห่งอวโลกิเตศวรนั้น

and the executioner's sword will be broken to bits!

ดาบของเพชฌฆาตจะหักเป็นท่อนๆ

อรรถกถา : อาวุธแห่งกิเลสแบบที่ ดาบฟ้าพิฆาต  การถูกห้ำหั่นจากผู้มีบุญบารมีและมารระดับสูง

 

 

ลีลาแห่งมาร: การที่ได้รับทุกข์ด้วยราชอาญา จะถูกลงโทษด้วยการประหารชีวิต  หมายถึง เขาถูกจู่โจมทำร้ายโดยผู้ที่มีฐานะทางสังคมมีหน้าที่การงานมียศถาบรรดาศักดิ์ฯ สูงกว่า มาจู่โจมทำร้ายหรือมาเป็นอุปสรรคขัดขวาง  

การที่ผู้ปรารถนาในโพธิสัตว์จะถูกห้ำหั่นจากข้าราชการที่เป็นมารระดับสูงด้วยราชอาญานั้นเป็นเรื่องธรรมดายิ่ง เป็นการทดสอบขันติบารมีในระดับสูง จากประสบการณ์ที่เกิดกับผู้ปฏิบัติตามรอยพระโพธิสัตว์ในสัทธรรมปุณฑริกสูตรพบว่า  ถ้าการปฏิบัติคุณความดีของพระโพธิสัตว์หรือผู้ปรารถนาโพธิสัตว์ได้รับการต่อต้านจากมารระดับสูง ข้าราชการ บุคคลที่สูงกว่า ทั้งบางครั้งอาจพบการระดมโจมตีจากเทพเทวาฟ้าดินจากสภาพดินฟ้าอากาศที่มีลักษณะรุนแรงผิดปกติก็จะถือว่าการปฏิบัติของผู้ปรารถนาโพธิสัตว์ดังกล่าวได้เป็นการปฏิบัติที่ถูกทางแล้ว เพราะการตั้งจิตตามปณิทานแห่งพระโพธิสัตว์สร้างความสั่นสะเทือนในยมโลก  เพราะสมุดการบันทึกดีชั่วในยมโลกจะบันทึกคำพูด ความคิดลงไว้ในสมุดบันทึกคุณความดีของผู้นั้น

การทำคุณความดีที่ใหญ่หลวง ด้วยวาจาแห่คำปณิธาน คำอธิษฐานที่สะท้านโลกธรรมะ ย่อมเรียกแขกที่เป็นพญามาร และมารให้มาขัดขวางการบำเพ็ญ และเป็นการทดสอบจิตใจของผู้นั้นว่ายังมีความหนักแน่นในปณิธานหรือไม่ มีความกลัวหรือไม่ มีความกล้าหาญหรือไม่ จะหยุดในการทำคุณความดีที่ตั้งใจไว้หรือไม่  สิ่งนี้นับว่าเป็นสิ่งที่ผู้ปฏิบัติปรารถนาโพธิสัตว์ควรพิจารณารับรู้สังเกตและยอมรับ

 ดังนั้นถ้ายึดถือคำสอนของพระอวโลกิเตศวรมหาโพธิสัตว์กวนอิม  ตามปรัชญาปารมิตาหฤทัยสูตร พิจารณาด้วยปัญญาเห็นว่า การกระทำต่อเราของพญามาร  ราชอาญา  ถูกส่งมาทำร้ายมาประหารเรา  คือ ความว่าง และจิตใจมีขันติบารมี มีความอดทน มิได้ยึดมั่นถือมั่น จิตใจไม่ได้ถูกปรุงแต่งให้ทุกข์ระทมกับความยุติธรรมที่ได้รับ และจิตใจเข้มแข็งฝ่าฟันอุปสรรคที่เกิดขึ้นด้วยจิตใจที่หนักแน่น อุปสรรคที่เกิดขึ้น ก็ไม่อาจทำอันตรายต่อร่างกายและจิตใจของเราได้ ดั่งดาบเพชฌฆาตที่แตกหักเป็นท่อนๆ ไปและไม่อาจทำร้ายเราได้ 

 

Suppose you are imprisoned in cangue and lock,

สมมติว่าเธอถูกจองจำด้วยขื่อคาและกุญแจมือ

 

hands and feet bound by fetters and chains.

มือและเท้าถูกล่ามด้วยโซ่ตรวน

 

Think on the power of that Perceiver of Sounds

จงคิดถึงพลังแห่งอวโลกิเตศวรนั้น

 

and they will fall off, leaving you free!

เครื่องผูกมัดจองจำจะหลุดออก ปล่อยเธอให้เป็นอิสระ

อรรถกถา : อาวุธแห่งกิเลสแบบแบบที่ 3   ขื่อคาแห่งกิเลส การห้ำหั่นจากมารในตัวเอง

ลีลาแห่งมาร:การที่ร่างกายของพวกเขาถูกจองจำด้วย ขื่อคา และกุญแจมือ มือและเท้าถูกล่ามด้วยโซ่ตรวน   เปรียบได้กับ  พวกเขามีความยึดมั่นถือมั่นอย่างแนบแน่น ในตัวตน บุคคล ความเป็นสัตว์ในตน เทพพรหมเทวดา เป็นที่ยึดเหนี่ยวของจิตใจ  ในรูปรสกลิ่นเสียงสัมผัสธรรมารมณ์ จนปล่อยและละวางมิได้  ทำให้เขาเหมือนถูกจองจำพันธนาการ ด้วยโซ่ตรวน ขื่อคา และกุญแจมือ ดังกล่าว 

ดังนั้นถ้ายึดถือคำสอนของพระอวโลกิเตศวรมหาโพธิสัตว์กวนอิมตามปรัชญาปารมิตาหฤทัยสูตร พิจารณาด้วยปัญญาเห็นว่า  ตัวตน บุคคล ความเป็นสัตว์ในตน  ในเทพพรหมเทวดา ในรูปรสกลิ่นเสียงสัมผัสธรรมารมณ์   ทั้งหมด คือ ความว่าง จนปล่อยวางได้ จิตใจมิได้ยึดมั่นถือมั่น ไม่เกิดการปรุงแต่งในจิตใจ เครื่องผูกมัดจองจำจะหลุดออก ปล่อยเขาให้เป็นอิสระ  คำว่าอิสระ หมายความว่า จิตเขาไม่มีความยึดมั่นถือมั่น จิตเขาไม่มีการปรุงแต่งและจิตมีอิสระจากความคิดแล้ว

someone should try to injure you.

สมมติว่ามีคนพยายามจะทำร้ายเธอ

 

Suppose with curses and various poisonous herbs

ด้วยคำสาปแช่งและยาพิษต่างๆ

 

Think on the power of that Perceiver of Sounds

จงคิดถึงพลังแห่งอวโลกิเตศวรนั้น

 

and the injury will rebound upon the originator.

อันตรายจะกลับไปเกิดแก่ผู้ใช้เอง

อรรถกถา : อาวุธแห่งกิเลสแบบที่ 4 อาวุธจากคำพูดที่ป้ายสีให้ร้ายจากคนใกล้ชิด

ลีลาแห่งมาร: การมีคนใกล้ชิดพวกที่ชอบพยายามจะทำร้าย  ด้วยคำสาปแช่งและยาพิษต่างๆ  คำสาปแช่งและยาพิษ เปรียบได้กับ  การที่พวกเขาถูกจู่โจมทำร้ายด้วยวาจาให้ร้ายที่ร้ายดั่งยาพิษ

ดังนั้นถ้ายึดถือคำสอนของพระอวโลกิเตศวรมหาโพธิสัตว์กวนอิม  ตามปรัชญาปารมิตาหฤทัยสูตร พิจารณาด้วยปัญญาเห็นว่า วาจาหรือเสียง ที่เป็นเหมือน อาวุธ ถูกส่งมาทำร้ายเรา   คือ ความว่าง และจิตใจมิได้ยึดมั่นถือมั่น ไม่ได้ถูกปรุงแต่งให้เกิดความทุกข์จากวาจาที่ให้ร้ายและเป็นพิษนั้น   จะทำให้จิตใจมีความเบาสบายและสุขสงบ คำพูดวาจาร้ายต่างๆไม่อาจทำร้ายจิตใจของเราได้ ดังนั้นอันตรายเหล่านั้นจะกลับไปเกิดแก่ผู้ใช้เอง  หมายถึงวาจาที่เป็นพิษที่ผู้กล่าวร้ายกระทำ  ถ้าผู้ที่เขากล่าวหาไม่ได้รับผลแห่งการกระทำแห่งวาจาอันเป็นพิษเหล่านั้น  ผู้ที่กล่าววาจาที่เป็นพิษนั้นย่อมรู้สึกผิดหวังและเป็นทุกข์กายและใจจากการกระทำอันสูญเปล่าของเขา  เพราะการกล่าวร้ายของเขาย่อมก่อเกิดฮอร์โมนพิษในสมองและร่างกายของเขาย่อมมีผลทำให้พวกเขาเกิดการสะสมของฮอร์โมนพิษและจะทำร้ายตัวของเขาเองในที่สุด

 

Suppose you encounter evil rakshasas,

สมมติว่าเธอเผชิญกับพวกรากษสร้าย

 

poison dragons and various demons.

นาคมีพิษร้ายและปีศาจร้ายต่างๆ

 

Think on the power of that Perceiver of Sounds

จงคิดถึงพลังแห่งอวโลกิเตศวรนั้น

 

and then none of them will dare to harm you.

แล้วจะไม่มีผู้ใดกล้าทำอันตรายแก่เธอได้

 

อรรถกถา : อาวุธแห่งกิเลสแบบที่ 5  อาวุธจากคำพูดเท็จลวงให้หลงผิด

ลีลาแห่งมาร: สรรพสัตว์ผู้เผชิญกับพวกรากษส นาคมีพิษและปีศาจ   เปรียบได้กับ การได้รับการเบียดเบียนปลิ้นปล้อนโกหกลอกลวงเล่าความเท็จซึ่งทำให้เราเกิดความหลงผิด เพราะถ้าเรามีจิตวางเฉยจากคำพูดเท็จลวงเหล่านั้น  ก็ย่อมหาได้รับอันตรายไม่

If evil beasts should encircle you,

ถ้าเธอถูกรุมล้อมด้วยสัตว์อันดุร้าย

 

their sharp fangs and claws inspiring terror,

เขี้ยวและกรงเล็บอันแหลมคมของมันน่ากลัวยิ่ง

think on the power of that Perceiver of Sounds

จงคิดถึงพลังแห่งอวโลกิเตศวรนั้น

and they will scamper away in boundless retreat.

ในทันทีพวกมันจะแตกหนีกระจายไปสุดตา

 

อรรถกถา : อาวุธแห่งกิเลสแบบที่ อาวุธจากทำร้ายด้วยกำลังจากร่างกายมนุษย์

ลีลาแห่งมาร:ถ้าเธอถูกรุมล้อมด้วยสัตว์อันดุร้ายเขี้ยวและกรงเล็บอันแหลมคมของมันน่ากลัวยิ่ง เปรียบได้กับการผจญกับคนผู้ที่จ้องคอยโอกาสที่จะใช้กำลังเพื่อประทุษร้ายต่อเรา  ดังนั้นถ้าคิดถึงพลังของพระอวโลกิเตศวรมหาโพธิสัตว์กวนอิม ด้วยความระมัดระวังและการปฏิบัติตนให้อยู่ห่างจากคนชั่วร้ายและที่อโคจร  ก็ย่อมปลอดภัยจากการถูกทำร้าย ทั้งผู้ทำร้ายก็ถูกจับกุมมิอาจทำอันตรายเราได้

If lizards, snakes, vipers, scorpions

ถ้ามีกิ้งก่า งู งูพิษ แมงป่อง

 

threaten you with poison breath that sears like flame,

คุกคามเธอด้วยควันพิษที่เผาไหม้ได้เหมือนเปลวไฟ

 

think on the power of that Perceiver of Sounds

จงคิดถึงพลังแห่งอวโลกิเตศวรนั้น

 

and, hearing your voice, they will flee of themselves.

และเมื่อได้ยินเสียงของเธอ พวกมันจะหนีไปเอง

 

อรรถกถา : อาวุธแห่งกิเลสแบบที่ การห้ำหั่นด้วยคำพูดจากการนินทาว่าร้ายจากบุคคลระดับล่าง

ลีลาแห่งมาร :ถ้ามีกิ้งก่า งู งูพิษ แมงป่องเป็นสัตว์ขนาดเล็กอาศัยตามพื้นดิน คุกคามเธอด้วยควันพิษที่เผาไหม้ได้เหมือนเปลวไฟ เปรียบได้กับ วาจาที่นินทาว่าร้ายของบุคคลระดับล่าง ที่ทำร้ายจิตใจได้จงคิดถึงพลังแห่งอวโลกิเตศวรนั้นและเมื่อท่านใช้ปัญญาสืบรู้การกระทำของพวกมันด้วยปัญญา  พวกมันก็จะกลัวและหนีไปเอง

 

 

 

 

 

 

 

If clouds should bring thunder, and lightning strike,

ถ้าก้อนเฆมนำมาซึ่งฟ้าร้องและฟ้าผ่า

 

if hail pelts or drenching rain comes down,

ถ้าลูกเห็บตกหนักและฝนตกกระหน่ำลงมา

 

think on the power of that Perceiver of Sounds

จงคิดถึงพลังแห่งอวโลกิเตศวรนั้น

and at that moment they will vanish away.

และในทันทีมันจะหายไป

อรรถกถา : อาวุธแห่งกิเลสแบบที่ การห้ำหั่นทางใจด้วยความคิดปรุงแต่งในใจของเราเอง

ลีลาแห่งมาร: ก้อนเมฆเปรียบได้กับมายาของความคิดปรุงแต่งในใจของเรา  ถ้าใจของเรามีความยึดมั่นถือมั่นมีความคิดปรุงแต่งสูง ก็จะเปรียบได้กับก้อนเมฆที่นำมาซึ่งฟ้าร้องและฟ้าผ่าพร้อมพาฝนตกหนักและห่าของลูกเห็บ

 

ถ้าสิ่งต่างๆ เหล่านั้นอาจจะทำให้จิตของเราหวั่นไหวและมีความทุกข์  แต่ถ้าใจของเรามีไร้ความยึดมั่นถือมั่นและความคิดปรุงแต่ง ก็จะเปรียบได้กับฟ้าไร้ก้อนเมฆก็จะนำพาให้จิตของเราสุขสงบมีความสุข

If living beings encounter weariness or peril,

ถ้าสรรพสัตว์ประสบกับความรำคาญหรืออันตราย

 

immeasurable suffering pressing them down,

ถูกบีบคั้นด้วยความทุกข์มากมาย

 

the power of the Perceiver of Sounds' wonderful wisdom

พลังแห่งปัญญามหัศจรรย์ของอวโลกิเตศวร

 

can save them from the sufferings of the world.

สามารถช่วยสรรพสัตว์ให้พ้นจากความทุกข์ของโลก

 

 

 

อรรถกถา : อาวุธแห่งกิเลสแบบที่ การใช้ร่างกายและวาจาเข้ามาคุกคามข่มขู่ ทางทางร่างกายและจิตใจ

ลีลาแห่งมาร: ความทุกข์ทางร่างกายและจิตใจที่เกิดจากบุคคลที่แอบแฝงมาคอยปั่นป่วนรบกวนทำให้เราเกิดความรำคาญหรือจิตใจระแวงในอันตราย  ถ้าใจของเรามีขันติบารมี ไร้ความยึดมั่นถือมั่นและความคิดปรุงแต่ง ก็จะนำพาให้จิตของเราสุขสงบมีความสุข

 

 

He is endowed with transcendental powers

เขามีความเพียบพร้อมด้วยอภิญญา

 

and widely practices the expedient means of wisdom.

และปฏิบัติกุศโลบายแห่งปัญญาอย่างกว้างขวาง

 

Throughout the lands in the ten directions

ทั่วทุกแดนในสิบทิศ

 

 

there is no region where he does not manifest himself.

ไม่มีภูมิภาคใดที่เขาไม่ปรากฏตน

 

In many different kinds of evil circumstances,

ในสภาพการณ์อันเลวร้ายต่างๆ มากมาย

 

in the realms of hell, hungry spirits or beasts,

ในแดนนรก เปรต หรืออสูรกาย

 

the sufferings of birth, old age, sickness and death

ความทุกข์แห่งการเกิด แก่ เจ็บและตาย

 

all these he bit by bit wipes out.

สิ่งเหล่านี้ทั้งหมดเขาจะดับมันได้ทีละน้อย

 

He of the true gaze, the pure gaze,

การเพ่งมองที่แท้จริงของเขาเป็นการเพ่งมองที่บริสุทธิ์

the gaze of great and encompassing wisdom,

การเพ่งมองแห่งปัญญาอันยิ่งใหญ่และรอบรู้

 

the gaze of pity, the gaze of compassion

การเพ่งมองแห่งความเมตตา การเพ่งมองแห่งความกรุณา

 

constantly we implore him, constantly look up in reverence.

พวกเราอ้อนวอนเขาเสมอ มองหาเขาด้วยความเคารพเสมอ

 

His pure light, free of blemish,

แสงสว่างอันบริสุทธิ์ของเขา ปราศจากรอยมลทิน

 

is a sun of wisdom dispelling all darknesses.

เป็นดวงอาทิตย์แห่งปัญญาขับไล่ความมืดทั้งหลาย

 

He can quell the wind and fire of misfortune

เขาสามารถทำให้ลมและไฟแห่งความโชคร้ายสงบลง

and everywhere bring light to the world.

และนำความสว่างมาสู่ทุกแห่งในโลก

 

The precepts from his compassionate body shake us like thunder,

ศีลจากกายกรุณาของเขาทำให้พวกเราสั่นเหมือนฟ้าร้อง

 

the wonder of his pitying mind is like a great cloud.

ความอัศจรรย์แห่งจิตเมตตาของเขาเป็นเหมือนมหาเมฆ

 

He sends down the sweet dew, the Dharma rain,

เขาหลั่งน้ำอมฤต คือฝนแห่งธรรม

 

to quench the flames of earthly desires.

เพื่อดับเปลวเพลิงแห่งกิเลส

 

When law suits bring you before the officials,

เมื่อเธอถูกฟ้องร้องอยู่ต่อหน้าเจ้าหน้าที่รัฐ

 

when terrified in the midst of an army,

เมื่อเกิดความกลัวในท่ามกลางกองทัพข้าศึก

 

think on the power of that Perceiver of Sounds

จงคิดถึงพลังแห่งอวโลกิเตศวรนั้น

 

and hatred in all its forms will be dispelled.

ความเกลียดชังทุกรูปแบบจะถูกกำจัดหมดสิ้น

 

 

อรรถกถา : อาวุธแห่งกิเลสแบบที่ 10  การห้ำหั่นด้วยมารที่เป็นจ้ากรรมนายเวร

ลีลาแห่งมาร: ความเกลียดชังที่เกิดขึ้น เปรียบได้กับ การที่มีการจองเวรเวรจองกรรมกันมาก่อน ทั้งจากนายเวรที่มีฐานะสูงกว่า เท่ากับ และต่ำกว่าเรา การนึกถึงพลังแห่งพระอวโลกิเตศวร ทั้งตัวเราทำบุญแผ่เมตตาให้กับเจ้ากรรมนายเวร เพื่อให้เขารับรู้และมีจิตใจที่ให้อภัยกับเราจะมีส่วนช่วยผ่อนคลายความอาฆาตพยาบาทจองเวรกรรมลงไป 

 

 

 

 

Wonderful sound, Perceiver of the World's Sounds,

เสียงมหัศจรรย์ ผู้รับรู้เสียงร้องของโลก

 

Brahma's sound, the sea tide sound

เสียงของพรหม เสียงกระแสน้ำทะเล

 

they surpass those sounds of the world;

มันเป็นเสียงที่เหนือเสียงทั้งหลายของโลก

 

therefore you should constantly think on them,

ดังนั้น เธอควรจะคิดถึงเสียงเหล่านี้ไว้เสมอ

อรรถกถา :ในสัทธรรมปุณฑริกสูตร  พระพุทธองค์ได้ดำรัสถึงความสะอาดบริสุทธิ์ของอายตนะ6  เสียงมหัศจรรย์ที่พระอวโลติเกศวรมหาโพธิสัตว์กวนอิม  ผู้รับรู้เสียงร้องของโลกบอกแก่ผู้คน ให้ความสำคัญต่อการใช้เสียงเพื่อการบรรลุธรรม  เสียงในระดับคลื่นความถี่ธรรมชาติ  จะเป็นประโยชน์   เช่น เสียงของพรหม เสียงกระแสน้ำทะเลภายใต้เสียงธรรมชาติ  ปริศนาธรรมที่กล่าวนี้ถ้าผู้มีโสตทิพย์ย่อมจะสามารถรับรู้ได้ว่า ในธรรมชาติถ้าทำจิตเข้าสมาธิตั้งใจฟังดี ๆ จะได้ยินมีคลื่นเสียงอีกคลื่นซ้อนกันอยู่กับคลื่นเสียงในธรรมชาติปกติ  กล่าวกันว่ามันเป็นเสียงที่เหนือเสียงทั้งหลายของโลกดังนั้น คลื่นเสียงดังกล่าวนั้นนักบวช มหาโยคี ผู้รู้ที่มีโสตทิพย์จะนำเสียงเหล่านี้ไปสร้างเครื่องดนตรีหรือเสียงเพลงเพื่อพัฒนาสมาธิและศักยภาพมนุษย์ในระดับสูง ที่เรียกว่า ดนตรีอภิวัฒน์มนุษย์ ตัวอย่างเครื่องดนตรีที่จำลองส่วนหนึ่งของคลื่นเสียงพิเศษเหล่านั้น ได้แก่  singing bowl เครื่องเสียงโลหะทองเหลือง ของลามะทิเบต ที่พระทิเบตนำมาใช้เพื่อพัฒนาสมาธิ 

ดังนั้นเพื่อประโยชน์ของการพัฒนาสมาธิจิต พระพุทธองค์จึงพร่ำตักเตือนให้สาวกของพระองค์ออกไปเจริญภาวนาในสภาพธรรมชาติ เช่น ป่า  ถ้ำ ภูเขา ทะเล ฯ อย่ามาคลุกคลีกันอยู่ในวัดในเมือง ดังตัวอย่างที่พระพุทธองค์ตรัสไว้ในมหาสุญญตาสูตร เพื่อหวังว่าสาวกของท่านจะได้รับประโยชน์จากคลื่นเสียงพิเศษเหล่านั้นต่อพัฒนาสมาธิและการอภิวัฒน์มนุษย์ของบรรดาเหล่าสาวกเหล่านั้นนั่นเอง

 

 

 

 

from thought to thought never entertaining doubt!

ทุกๆ ขณะจิตอย่าปล่อยให้เกิดความคิดสงสัยได้

 

Perceiver of the World's Sounds, pure sage

พระอวโลกิเตศวรมุนีบริสุทธิ์

 

to those in suffering, in danger of death,

แก่ผู้ตกทุกข์อยู่ในอันตรายแห่งความตาย

he can offer aid and support.

เขาสามารถให้ความอนุเคราะห์ช่วยเหลือ

 

Endowed with all benefits,

ด้วยการมีเพียบพร้อมแล้วด้วยผลบุญทั้งหลาย

 

he views living beings with compassionate eyes.

เขามองสรรพสัตว์ด้วยสายตาแห่งความกรุณา

 

 

 

The sea of his accumulated blessings is immeasurable;

ทะเลแห่งบุญกุศลอันสะสมไว้แล้วของเขาเหลือคณาได้

 

Therefore you should bow your head to him!

เพราะฉะนั้นเธอควรจะโค้งศีรษะคำนับแก่เขา   

At that time the bodhisattva Earth Holder immediately rose from his seat, advanced, and said to the Buddha, "World-Honored One, if there are living beings who hear this chapter on Bodhisattva Perceiver of the World's Sounds, on the freedom of his actions, his manifestation of a universal gateway, and his transcendental powers, it should be known that the benefits these persons gain are not few!"

 

 

 

 

ในเวลานั้น พระธรณีธรโพธิสัตว์(พระโพธิสัตว์ผู้ครอบครองธรณี) ได้ลุกขึ้นจากที่นั่ง ก้าวเข้าไปหาพระพุทธองค์แล้วกราบทูลว่า ข้าแต่พระผู้มีพระภาคเจ้า ถ้ามีสรรพสัตว์ได้ฟังบทที่ว่านี้ด้วยปรัชญาธรรมทั้งหมดของพระอวโลกิเตศวรโพธิสัตว์ บทว่าด้วยความเป็นอิสระแห่งการกระทำของท่าน การแสดงทางเข้าทั่วไปและอภิญญาของท่านแล้ว ควรจะทราบกันว่าบุญกุศลที่คนเหล่านั้นได้รับนั้นมีไม่น้อยเลย พระพุทธเจ้าข้า

When the Buddha preached this chapter on the Universal Gateway, a multitude of eighty-four thousand persons in the assembly all conceived a determination to attain the unparalleled state of anuttarasamyak-sambodhi.

 

เมื่อพระพุทธองค์ได้เทศนาบทว่าด้วยทางเข้าทั่วไปจบลง คนจำนวน ๘๔,๐๐๐ คนในที่ประชุมต่างตัดสินใจที่จะบรรลุสถานะอันไม่มีที่เปรียบแห่งอนุตตรสัมมาสัมโพธิ

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ภาพเจ้าแม่กวนอิมไม่ยอมไป

ศาลเจ้าแม่กวนอิมปู้เขิ่นชวี่  เกาะผูโถ่วซาน

มณฑลเจ้อเจียง ประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีน

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

แสงประหลาด ณ เกาะลัวเจ่ยซาน

ปาฏิหาริย์แสงจากยอดเขาเกาะลั่วเจี๋ยซาน

สถานที่ตรัสรู้ของ

พระอวโลกิเตศวรมหาโพธิสัตว์กวนอิม

มณฑลเจ้อเจียง ประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีน

 

122

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

เปรียบเทียบภาพถ่ายสองภาพ ภาพด้านซ้ายเป็นภาพคล้ายพระอวโลกิเตศวรมหาโพธิสัตว์กวนอิมโดยถ่ายจากด้านหลังพระสมเด็จวัดระฆัง ที่ใช้ทำปกหนังสือปรัชญาปารมิตาหฤทัยสูตร ของอาจารย์อริยะ ส่วนอีกภาพหนี่งเป็นภาพที่ถ่ายจากเจดีย์ตรัสรู้ของพระอวโลกิเตศวรมหาโพธิสัตว์กวนอิมที่ถ่าย บนยอดเขาของเกาะลั่วเจี่ยซาน เป็นการยืนยันอย่างบังเอิญว่าเป็นภาพของพระองค์     สำหรับภาพที่ใช้ทำปกหนังสือฉบับนั้น

 

บทสวดพระสัทธรรมปุณฑริกสูตร อวโลกิเตศวรสมันตมุขปริวรรค

 

Shì zūn miào xiāng jù                                wǒ jīn zhòng wèn bǐ

ซื่อ จุน เมี่ยว เซียง จวี้              หวอ จิน ฉง เวิ่น ปี่

fo zi hé yīn yuán                  míng wéi guān shìyīn

ฝอ จึ เหอ อิน หยวน        หมิง เหวย กวาน ซื่อ อิน

jùzú miào xiāng zūn            jì dá wú jìn yì

จวี้ จู๋ เมี่ยว เซียง จุน                จี๋ ต๋า หวู จิ้น อี้

rǔ tīng guānyīn háng          shàn yīng zhū fāng suǒ

หรู่ ทิง กวาน อิน หาง             ซ่าน อิง จู ฟาง สั่ว

 

hóng shì shēn rú hǎi            lì jié bù sī yì

โหง ซื่อ เซิน หรู ไห่                 ลี่ เจี๋ย ปู้ ซือ อี้

shì duō qiān yì fó                 fā dà qīng jìng yuàn

ซื่อ ตัว เชียน อี้ ฝอ                   ฟา ต้า ชิง จิ้ง เยวี่ยน

 

wǒ wèi rǔ lüè shuō              wénmíng jí jiàn shēn

หว่อ เว่ย หรู่ เลว่ ซัว                     เหวิน หมิง จี๋ เจี้ยน เซิน

xīn niàn bù kōngguò             néng miè zhū yǒu kǔ

ซิน เนี่ยน ปู้ คง กั้ว                เหนิง เมี่ย จู โหย่ว ขู่

 

 

 

jiǎshǐ xìng hài yì           tuī luò dà huǒkēng          

เจี่ย สื่อ ซิง ไฮ่ อี้           ทุย ลั่ว ต้า หั่ว เคิง                   

niàn bǐ guānyīn lì huǒkēng biàn chéng chí

เนี่ยน ปี่ กวาน อิน ลี่            หั่ว เคิง เปี้ยน เฉิง ฉือ

 

huò piāo liú jù hǎi         lóng yú zhū guǐ nán          

 ฮั่ว เพียว หลิว จวี้ ไห่      หลง หยู่ว์ จู กุ่ย หนาน            

niàn bǐ guānyīn lì           bōlàng bùnéng méi                     

เนี่ยน ปี่ กวาน อิน ลี่               โป ล่าง ปู้ เหนิง โม่

 

huò zài xū mí fēng         wéi rén suǒ tuī duò               

ฮั่ว ไจ้ ซวี หมี่ เฟิง               เว่ย เหริน สั่ว ทุย ตั้ว                 

niàn bǐ guān yīn lì          rú rì xū kōng zhù                

เนี่ยน ปี่ กวาน อิน ลี่                หรู ยื่อ ซวี คง จู้

 

huò bèi è rén zhú          duò luò jīn gāng shān         

ฮั่ว เป้ย เอ้อ เหริน จู๋               ตั้ว ลั่ว จิน กัง ซาน

niàn bǐ guān yīn lì          bù néng sǔn yī máo

เนี่ยน ปี่ กวาน อิน ลี่            ปู้ เหนิง สุ่น อี เหมา

 

huò zhí yuàn zéi rào       gè zhí dāo jiāhài

ฮั่ว จื๋อ ย่วน เจ๋ย เร่า               เก้อ จื๋อ เตา เจีย ไฮ่

niàn bǐ guān yīn lì           xián jí qǐ cí xīn

เนี่ยน ปี่ กวาน อิน ลี่            เสียน จี๋ ฉี่ สือ ซิน

 

huò zāo wáng nán kǔ       lín xíng yù shòu zhōng

ฮั่ว เจา หวาง หนาน ขู่            หลิน สิง ยวี่ โซ่ว จง

niàn bǐ guān yīn lì             dāo xún duàn duàn huài

เนี่ยน ปี่ กวาน อิน ลี่              เตา สวิน ต้วน ต้วน ฮ่วย

 

huò qiú jìn jiā suǒ             shǒu zú bèi chǒu xiè

ฮั่ว ฉิว จิ่น เจีย สั่ว                โส่ว จู๋ เป้ย โฉ่ว เซี่ย

niàn bǐ guān yīn lì             shì rán dé jiě tuō

เนี่ยน ปี่ กวาน อิน ลี่              ซื่อ หราน เต๋อ เจี่ย ทัว

 

zhòu zǔ zhū dúyào           suǒ yù hài shēn zhě

โจ้ว จู่ จู ตู๋ เย่า              สั่ว ยวี่ ไฮ่ เซิน เจ่อ

niàn bǐ guān yīn lì             huán zuó yú běn rén

เนี่ยน ปี่ กวาน อิน ลี่              ฮว๋าน จั๋ว หยีว์ เปิ่น เหริน

 

huò yù è luō shā               dú lóng zhū guǐ děng

ฮั่ว ยวี่ เอ้อ หลัว ช่า              ตู๋ หลง จู กุ่ย เติ่ง

niàn bǐ guān yīn lì             shí xī bù gǎn hài

เนี่ยน ปี่ กวาน อิน ลี่             สือ ซี ปู้ ก่าน ไฮ่

 

ruò è shòu wéi rào           lì yá zhǎo kě bù

รั่ว เอ้อ โซ่ว เหวย เร่า           ลี่ หยา จวา เข่อ ปู้

niàn bǐ guān yīn lì             jí zǒu wú biān fāng

เนี่ยน ปี่ กวาน อิน ลี่             จี๋ โจ่ว อู๋ เปียน ฟาง

 

yuán shé jí fù xiē              qì dú yān huǒ rán

เยวี๋ยน เสอ จี๋ ฟู่ เซีย             ซี่ ตู๋ เยียน หั่ว หราน

niàn bǐ guān yīn lì            xún shēng zì huí qù

เนี่ยน ปี่ กวาน อิน ลี่             สวิน เซิง จื้อ หุย ชวี่

 

yún léi gǔ chè diàn          jiàng báo shù dàyǔ

ยวิ๋น เหลย กู่ เช่อ เตี้ยน         เจี้ยง เป๋า ซู่ ต้า อวี่

niàn bǐ guān yīn lì             yìng shí dé xiāosàn

เนี่ยน ปี่ กวาน อิน ลี่             อิง สือ เต๋อ เซียว ซ่าน

 

Zhòng shēng bèi kùn'è     wú liàng kǔ bī shēn

จ้ง เซิง เป้ย คุ่น เอ้อ               อู๋ เลี่ยง ขู่ ปี เซิน

niàn bǐ guān yīn lì             néng jiù shì jiān kǔ

เนี่ยน ปี่ กวาน อิน ลี่             เหนิง จิ้ว ซื่อ เจียน ขู่

 

Jù zú shén tōng lì              guǎng xiū zhì fāngbiàn

จวี้ จู๋ เสิน ทง ลี่              กว่าง ซิว จื้อ ฟัง เปี้ยน

shí fāng zhū guótǔ             wú shā bù xiàn shēn

สือ ฟัง จู กั๋ว ถู่              อู๋ ซา ปู้ เซี่ยน เซิน

 

Zhǒng zhǒng zhū è qù      dì yù guǐ chù shēng

จ่ง จ่ง จู เอ้อ ชวี่                   ตี้ ยวี่ กุ่ย ชู่ เซิง

Shēng lǎo bìng sǐ kǔ          yǐ jiàn xī lìng miè

เซิง เหล่า ปิ้ง สือ ขู่                อี่ เจี้ยน ซี ลิ่ง เมี่ย

 

zhēn guān qīng jìng guān    guǎng dà zhì huì guān

เจิน กวาน ชิง จิ้ง กวาน             กว่าง ต้า จื้อ ฮุ่ย กวาน

bēi guān jí cí guān    cháng yuàn cháng zhān yǎng

เปย กวาน จี๋ ฉือ กวาน     ฉาง ย่วน ฉาง จาน หย่าง

 

wú gòu qīng jìng guāng        huì rì pò zhū àn

อู๋ โก้ว ชิง จิ้ง กวาง                    ฮุ่ย ยื่อ โพ่ จู อั้น

néng fú zāi fēng huǒ             pǔ míng zhào shì jiān

เหนิง ฝู ไจ เฟิง หั่ว                   ผู่ หมิง เจ้า ซื่อ เจียน

 

bēi tǐ jiè léi zhèn                    cí yì miào dà yún

เปย ถี่ เจี้ย เหลย์ เจิ้น                 ฉือ อี้ เมี่ยว ต้าย อวิ๋น

shù gān lù fǎ yǔ                     miè chú fán nǎo yàn

ซู่ กัน ลู่ ฝา หยี่ว์                     เมี่ย ฉู ฝาน หน่าว เยี่ยน

 

zhēng sòng jīng guān chù  bù wèi jūn zhèn zhōng

เจิง ซ่ง จิง กวาน ชู่                  ปู้ เว่ย จวิน เจิ้น จง

niàn bǐ guān yīn lì               zhòng yuàn xī tuì sàn

เนี่ยน ปี่ กวาน อิน ลี่               จ้ง เยวี่ยน ซี ทุ่ย ซ่าน

 

Miào yīn guān shì yīn       fàn yīn hǎi cháo yīn

เมี่ยว อิน กวาน ซื่อ อิน           ฝาน อิน ไห่ เฉา อิน

shèng bǐ shì jiān yīn            shì gù xū cháng niàn

เซิ่ง ปี่ ซื่อ เจียน อิน               ซื่อ กู้ ซวี ฉาง เนี่ยน

 

niàn niàn wù shēng yí    guān shì yīn jìng shèng

เนี่ยน เนี่ยน อู้ เซิง อี๋            กวาน ซื่อ อิน จิ้ง เซิ่ง

yú kǔ nǎo sǐ è                   néng wéi zuò yī hù

อวี๋ ขู หน่าว สื่อ เอ้อ            เหนิง เว๋ย จั้ว อี ฮู่

 

jù yī qiè gōng dé              cí yǎn shì zhòng shēng

จวี้ อี เชี่ย กง เต๋อ                ฉือ เหยี่ยน ซื่อ จ้ง เซิง

fú jù hǎi wú liàng              shì gù yīng dǐng lǐ

ฝู จวี้ ไห่ อู๋ เลี่ยง            ซื่อ กู้ อิง ติ๋ง หลี่

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ประวัติผู้เขียน

อาจารย์อริยะ  สุพรรณเภษัช

ประวัติการศึกษา

ปริญญาตรี  วิทยาศาสตร์บัณฑิต  ม.เกษตรศาสตร์

ประกาศนียบัตรวิชาชีพครู  สถาบันราชภัฏจันทรเกษม

ปริญญาโท  พัฒนบริหารศาสตร์มหาบัณฑิต  (รัฐประศาสนศาสตร์)

วิชาเอกการบริหารงานบุคคล 

สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์

ปริญญาโทศึกษาศาสตร์มหาบัณฑิต

วิชาเอกการบริหารการศึกษา มหาวิทยาเซนต์จอห์น

 

 

ตำแหน่งการทำงานปัจจุบัน

ผู้อำนวยการโรงเรียนถนอมพิศวิทยา

กรรมการสมาคมสหพันธ์โรงเรียนเอกชนแห่งประเทศไทย

ผู้รับใบอนุญาตสถานรับเลี้ยงเด็กถนอมพิศเบบี้โฮม

กรรมการพิจารณามาตรฐานความรู้ด้านดนตรีบำบัดเพื่อจัดทำตำราวิชาการ และคู่มือการให้บริการการแพทย์ทางเลือกในธุรกิจบริการด้านสุขภาพ   จากกรมพัฒนาการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก  กระทรวงสาธารณสุข

หัวหน้าโครงการพัฒนาศักยภาพเด็กปฐมวัยด้วยพลังคลื่นเสียง

ผลงานด้านการวิจัย

1.  ได้รับรางวัล 10  ผลงานวิจัยยอดเยี่ยมสำหรับครูโรงเรียนเอกชน ประจำปี 2545   ในหัวข้อวิจัยเรื่อง การพัฒนาสติปัญญาเด็กปฐมวัยที่ได้รับการจัดกิจกรรมอภิวัฒน์ปัญญา    งานเวทีวิชาการ สช. โรงแรมเอสดีอเวนิว วันที่   13-14  กันยายน 2545

2.  ได้รับการเชิญเป็นผู้เชี่ยวชาญตรวจเครื่องมือการวิจัยด้านดนตรีคลาสสิก สำหรับวิทยานิพนธ์ระดับมหาบัณฑิต สาขาศิลปะศึกษา  จากคณะครุศาสตร์  จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย  ปีการศึกษา 2550

 

ผลงานทาง ด้านคุณธรรม

เป็นผู้บุกเบิกงานด้านหนังสือคัมภีร์ลัทธิมหายาน ได้แก่

1. วัชรปรัชญาปารมิตาสูตร ฉบับแปล Edward Conze พ.ศ. 2561

2.วัชรปรัชญาปารมิตาสูตร   ฉบับถอดรหัสธรรม  พ.ศ. 2561

3.ปรัชญาปารมิตาหฤทัยสูตร ฉบับแสงธรรมแห่งผู่โถวซาน  พ.ศ. 2562

ผลงานทางวิชาการ

เป็นผู้บุกเบิกงานด้านหนังสือเกี่ยวกับการพัฒนาศักยภาพสมองด้วยพลังคลื่นเสียงจากดนตรีในประเทศไทย  โดยผลิตตำราออกมาจำนวน  3 เล่ม ได้แก่

1. คัมภีร์อภิวัฒน์สมอง  พ.ศ. 2542

2.พัฒนา E.Q. ด้วยเสียงเพลง  พ.ศ. 2543

3.พัฒนา I.QE.QM.Q. และสมาธิด้วยพลังคลื่นเสียง พ.ศ. 2545

 

 

 

 

 

 

ผลงานที่เผยแพร่ด้านสื่อสารมวลชน

1. สัมภาษณ์พิเศษรายการโทรทัศน์   เรื่อง  ดนตรีมีประโยชน์มากกว่าทีคุณคิด  รายการเช้าวันนี้     วันที่  17  มิถุนายน 2545  สถานีโทรทัศน์ช่อง 5

2. สัมภาษณ์พิเศษรายการโทรทัศน์  เรื่อง  คีตะโยคะ  ศาสตร์แห่งสุขภาพดีด้วยพลังคลื่นเสียง  รายการHealth Station  สถานีโทรทัศน์ ITV  2550

3.บทสัมภาษณ์พิเศษกับวารสารวงการครู   เรื่อง แนวทางช่วยเหลือเด็กสมาธิสั้น  : การพัฒนาสมาธิเด็กด้วยคลื่นเสียง โดยลงบทสัมภาษณ์ใน  วารสารวงการครู  ฉบับ เดือน เมษายน  2549

4. บทสัมภาษณ์พิเศษ  เรื่อง คีตะโยคะ ศาสตร์แห่งสุขภาพดีด้วยพลังคลื่นเสียง ให้กับวารสาร  Health Channel    จำนวน 3 ฉบับ  ระหว่างฉบับเดือน  พ.ค.- ก.ค.  2549

 

 

 

 

 

 

 

ผลงานด้านการเป็นวิทยากรพิเศษ (มากกว่าสามสิบครั้งเลือกเฉพาะที่สำคัญ)

1. ได้รับเชิญเป็นวิทยากรพิเศษ  เรื่อง  ดนตรีกับการพัฒนาสมาธิเด็กพิเศษ  คณะศึกษาศาสตร์   มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒประสานมิตร  วันที่  13  ก.พ.  2547

2.  ได้รับเชิญเป็นวิทยากรพิเศษ  เรื่อง  คีตะโยคะ ศาสตร์แห่งสุขภาพดีด้วยพลังคลื่นเสียง  กรมพัฒนาการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก  กระทรวงสาธารณสุข  วันที่  6  มิถุนายน  2549

3. ได้รับเชิญเป็นวิทยากรพิเศษ  เรื่อง  Effect of sound and  brain  wave   ณ  Bangkok CODE  สาธร           คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์และการออกแบบ   มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี   วันที่  27 สิงหาคม  2552 

4. ได้รับเชิญเป็นวิทยากรพิเศษ เรื่อง เทคนิคพัฒนาศักยภาพสมองให้เต็มประสิทธิภาพ สำหรับนักศึกษาหลักสูตรนักวิชาการศึกษา   สถาบันพัฒนาบุคลกรท้องถิ่น กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น  กระทรวงมหาดไทย รุ่นที่  30  วันที่  14  มกราคม  2553  และรุ่นที่   31  วันที่  15  กุมภาพันธ์  2553 โรงแรมชาลีน่า รามคำแหง 

5. ได้รับเชิญเป็นวิทยาพิเศษ เรื่อง  การพัฒนาไอคิวอีคิวของเด็กด้วยเสียงเพลง  สถาบันแห่งชาติเพื่อพัฒนาเพื่อการพัฒนาเด็กและครอบครัว  วันที่ กุมภาพันธ์ 2555

 

ผลงานด้านความสามารถพิเศษอื่น ๆ

1.        เป็นเวปมาสเตอร์ จัดทำเวปไซต์ www.tpvschool.com  ซึ่งเป็นเวปไซต์ของโรงเรียนถนอมพิศวิทยาและจัดทำเวปไซต์ www.ariyasound.com เพื่อเป็นแหล่งเรียนรู้การใช้ดนตรีเพื่อการพัฒนาไอคิวอีคิวและสมาธิ  รวมทั้งจัดทำหลักสูตรคีตะโยคะ เพื่อการพัฒนาศักยภาพมนุษย์ระดับสูงด้วยพลังคลื่นเสียง

2.    จัดตั้งศูนย์ศึกษามวลสารพระสมเด็จฯ    ที่โรงเรียนถนอมพิศวิทยา  เพื่อจัดการฝึกอบรมในหลักสูตรการพิจารณาพระสมเด็จวัดระฆัง วัดบางขุนพรหม และวัดเกศไชโย  โดยใช้การศึกษาจากพระตระกูลสมเด็จ และชิ้นส่วนของพระสมเด็จสามวัด  เป็นหลักสูตรการอบรมพระสมเด็จแห่งแรกของประเทศไทย 

******************************************************

&&&&&&&&&&&&&&&&&&&&&&&&&&&&&&&

อรรถกาปริศนาธรรมที่แฝงเร้น

ในสัทธรรมปุณฑริกสูตร บทที่ 25

อวโลกิเตศวรสมันตมุขปริวรรต

มหากรุณาธิคุณและมหาปัญญาคุณของ

พระอวโลกิเตศวรมหาโพธิสัตว์กวนอิม

กับการรับฟังเสียงร่ำร้องของโลก

อรรถกถาธรรม โดย อริยะ สุพรรณเภษัช

&&&&&&&&&&&&&&&&&&&&&&&&&&&&&&&

พิมพ์ครั้งที่ 1       กุมภาพันธ์  2563  โรงพิมพ์นพรัตน์

2090,2092 ซ.ลาดพร้าว 82 แขวง วังทองหลาง เขต วังทองหลาง กรุงเทพมหานคร

****************************************************************************************

****************************************************************

 

ขอขอบคุณผู้ร่วมสมทบทุนบริจาค

พิมพ์หนังสือพระสูตรฉบับนี้

     คุณป๋อง สุพรรณ                               20,000  บาท

   ผู้ไม่ประสงค์ออกนาม)                          10,000  บาท

อาจารย์อรญา ฒาริกชานนท์                  2,000   บาท 

คุณพรทิยากระแสโสม (และคุณกสิกร)          1,200   บาท

 

*******************************************************************

 

 







Copyright © 2010 All Rights Reserved.

โรงเรียนถนอมพิศวิทยา
ที่อยู่ :  เลขที่1810 เขต :  วังทองหลาง แขวง : วังทองหลาง
จังหวัด :กรุงเทพมหานคร.     รหัสไปรษณีย์ : 10310
เบอร์โทร : 02-5394968      มือถือ :  0818033630
อีเมล : ariyasound@thaimail.com
เว็บไซต์ : www.ariyasound.com