ReadyPlanet.com
dot dot
ชมรมสถานรับเลี้ยงเด็กแห่งประเทศไทย




บทนำ ความเป็นมาแห่งคีตะโยคะและข้าพเจ้า

                                                                   บทนำ

คีตะโยคะ

ศาสตร์แห่งการพัฒนาศักยภาพมนุษย์ระดับสูงด้วยพลังคลื่นเสียง

(KITAYOGA : SCIENCE OF SOUND WAVE POWER FOR UPGRADE   HIGH POTENTIAL HUMAN)

 

              ข้าพเจ้าจบปริญญาวิทยาศาสตร์บัณฑิต จากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และปริญญาโทคณะรัฐประศาสนศาสตร์ จากสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์(NIDA)  มาสมัครเป็นอาจารย์คณะบริหารธุรกิจ ภาควิชาการจัดการ  สอนหนังสืออยู่ที่มหาวิทยาลัยศรีปทุมอยู่ 6 ปี และมหาวิทยาลัยคริสเตียนนครปฐม 2 ปี   ต่อมาปี พ.ศ. 2540  ลาออกมาทำงานโรงเรียนของครอบครัวที่โรงเรียนถนอมพิศวิทยา  ในตำแหน่งผู้ช่วยอาจารย์ใหญ่  ในปี 2540    ต่อมาได้เรียนต่อเพิ่มเติมในหลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพครู สถาบันราชภัฏจันทรเกษมและปริญญาโทศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต  สาขาวิชาเอกการบริหารการศึกษา มหาวิทยาลัยเซนต์จอห์น  ปัจจุบันดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการโรงเรียนถนอมพิศวิทยา

ในปีแรกระหว่างที่ได้ทำงานในตำแหน่งผู้ช่วยอาจารย์ใหญ่ มีเด็กนักเรียนคนหนึ่ง  ได้พบนักเรียนคนหนึ่งในระดับปฐมวัย เป็นเด็กพิเศษที่มีอาการออทิสติก  เป็นเด็กที่มีอาการสมาธิสั้นมาก ชอบเดินไปมาไม่อยู่ในห้องเรียน นำความยุ่งยากในการจัดการเรียนการสอนของครูประจำชั้นเป็นอย่างยิ่ง ข้าพเจ้ากับครูประจำชั้นต่างก็พยายามหาแนวทางแก้ไขอย่างยากลำบาก  พอดีมีการจัดงานวันการศึกษาพิเศษ ทำให้ โดยมีโอกาสได้ฟังการบรรยายของ ดร.นัยพินิจ คชภักดี  พูดถึงเรื่องสมอง  และอาจารย์จอม ชุ่มช่วย พูดถึงเรื่องของการรักษาอาการของเด็กสมาธิสั้น   ซึ่งอาจารย์จอมแนะนำว่าทางที่จะช่วยเด็กกลุ่มนี้ได้ต้องใช้การเพิ่มสมาธิให้เขาจึงจะลดอาการที่ผิดปกติลงได้ 

จากวันนั้นทำให้ผมพยายามได้ศึกษาศาสตร์ทางด้านสมองและทางด้านสมาธิอยู่นาน  จนในที่สุดไปค้นพบในอินเตอร์เน็ตในเรื่องโมสาร์ทเอฟเฟค (Mozart Effect) โดยที่มีการค้นคว้าวิจัยที่ยูนิเวอร์ซิตี้ออฟ  คาลิฟอร์เนีย โจเซฟ รอสเชอร์ ได้วิจัยในกลุ่มนักศึกษา  โดยแบ่งนักศึกษาออกเป็นสามกลุ่ม  กลุ่มแรกเปิดเพลงโซนาตา ฟอทูเปียโน  กลุ่ม 2  เปิดเพลงเสียงธรรมชาติ  กลุ่มที่ 3 ไม่เปิดเพลงเสียงเงียบ  หลังจากฟังดนตรีแล้วทำการวัดแบบทดสอบทางมิติสัมพันธ์ (  spatial temporal test)  พบว่ากลุ่มหนึ่งมีไอคิวสูงกว่าทั้งสองกลุ่ม  จากการทดลองดังกล่าวจึงเป็นแรงบันดาลใจให้ค้นคว้าลึกลงไปในเรื่องศาสตร์แห่งพลังคลื่นเสียงจากดนตรี   รวมทั้งได้ไปดูงานมหกรรมหนังสือระดับชาติ ที่ศูนย์ประชุมสิริกิตย์  ได้พบกับอาจารย์สถิตธรรม  เพ็ญสุขที่ได้นำผลิตภัณฑ์แว่นแสงและดนตรีบำบัดเพื่อพัฒนาสมาธิ  ทำให้ได้จุดประกายในการหาแนวทางเพื่อช่วยเหลือเด็กพิเศษ

ทำให้ได้เริ่มค้นคว้าวิจัยทางด้านดนตรีกับการพัฒนาศักยภาพสมองมาตั้งแต่ปี 2541-2553 รวมเป็นระยะเวลากว่า 13 ปี  ตั้งแต่ปี 2541-2545  ได้เขียนตำราเกี่ยวกับเรื่องดนตรีกับการพัฒนาศักยภาพสมองไว้ 3 เล่ม คือ คัมภีร์อภิวัฒน์สมอง ปี พ.ศ. 2542  ซึ่งนับว่าเป็นการบุกเบิกแนวทางใหม่ของการพัฒนาสมองด้วยเน้นการเพิ่มพูนศักยภาพแห่งพูสมอง  จนทำให้หนังสือเรื่องการพัฒนาสมองในยุคต่อมาล้วนเดินตามแนวทางของการพัฒนาสมองตามพูสมองทั้งสิ้น  พ.ศ.2543  ได้ออกหนังสือเล่มสอง    พัฒนาอีคิวด้วยเสียงเพลง และ พ.ศ. 2545  ได้ออกหนังสือเล่มที่3    พัฒนาไอคิวอีคิวเอ็มคิวและสมาธิด้วยพลังคลื่นเสียง  ซึ่งเป็นหนังสือที่ประสบความสำเร็จเป็นอย่างมากมีผู้คนจำนวนมากมาย  โทรศัพท์มาสอบถาม  หรือเข้ามาพบด้วยตนเองจำนวนมาก  เพื่อสนใจที่จะนำดนตรีไปใช้พัฒนาตนและบุตรหลาน 

นอกจากนี้ยังได้การยอมรับจากสถาบันการศึกษาและหน่วยงานภาครัฐบาลและรัฐวิสาหกิจ  เชิญไปวิทยากรบรรยายในเรื่องดนตรีกับการพัฒนาคุณภาพชีวิตเป็นจำนวนมาก  เช่น มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฆประสานมิตร  บริษัทปูนซิเมนต์แห่งประเทศไทย  กองการแพทย์ทางเลือกฯ กระทรวงสาธารณสุข เป็นต้นในปี พ.ศ. 2545 ได้รับรางวัลนักวิจัยยอดเยี่ยมของสำนักงานคณะกรรมการศึกษาเอกชน  และในปี พ.ศ. 2549 ได้รับเกียรติรับเกียรติสำคัญรับเชิญเป็นผู้เชี่ยวชาญพิเศษในด้านคณะกรรมการดนตรีบำบัดแห่งชาติ ของกองการแพทย์ทางเลือก กระทรวงสาธารณสุขอีกด้วย 

จากการศึกษาด้านดนตรีบำบัดอย่างต่อเนื่อง ได้ข้อสรุปพบว่า ดนตรีกลุ่มที่มีอิทธิพลอย่างสูงต่อการพัฒนาศักยภาพสมองเด็กเหล่านั้นเป็นที่สุด  ได้แก่กลุ่มดนตรีคีตะจักรา   ดนตรีกลุ่มนี้เป็นเสมือนกลุ่มแกนหลักที่ผมนำไปใช้ในการวิจัยมาตลอดมา    ซึ่งจากการวิจัยพบว่าดนตรีกลุ่มนี้เป็นกลุ่มดนตรีที่ทรงประสิทธิภาพมากที่สุดในโลกต่อการพัฒนาศักยาพมนุษย์ มันสามารถยกระดับศักยภาพสมอง,สมาธิ,และยกระดับพลังจิตได้อย่างสูงส่ง  ดนตรีกลุ่มนี้ค่อนข้างหายากมาก ๆ  และมีความลึกลับซับซ้อนในการเข้าถึงเพื่อที่จะประยุกต์ใช้ ต้องมีความรู้ความเข้าใจที่มากพอ  ในความรู้ทางด้านสมาธิ,พลังคลื่นเสียงทางด้านสมองและระบบจักระในวิชาโยคะศาสตร์  ซึ่งถ้าถ่ายทอดกับผู้คนทั่วไปอาจจะยากต่อการเข้าใจและเข้าถึง โดยเฉพาะกับคนไทยทั่วไปที่อาจยึดติดกับพุทธศาสนา  ทั้งที่โยคะเป็นศาสตร์สากลแห่งการพัฒนากายและจิตยืนยงมากว่าห้าพันปี   รวมทั้งเทคนิคการใช้ดนตรีกลุ่มนี้อย่างเหมาะสมก็มีความซับซ้อนอย่างมาก  ทำให้ที่ผ่านมายังไม่กล้าที่จะรับเผยแพร่วิชานี้กับบุคคลภายนอกอย่างเป็นทางการ  เกรงว่าการสอนความรู้ทางด้านโยคะศาสตร์ที่เกี่ยวข้องอาจจะเสียภาพพจน์ในสถานะภาพของครูอาจารย์ในโรงเรียนพุทธศาสนา

จริง ๆ แล้วการที่จะศึกษาใครคนใดคนหนึ่งเราอาจต้องดูถึงแบ๊กกราวด์ด้านการศึกษาของท่าน  เช่น พระพุทธเจ้า ถ้าเทียบกับการศึกษาแล้ว ท่านเรียนศาสตร์ทางด้านการเป็นกษัตริย์และศาสตร์ทางสมาธิ จากคุรุฤาษีและคุรุพราหมณ์ในพระราชวัง   พอท่านออกบวชท่านไปศึกษากับอาฬรดาบส สำเร็จรูปฌาน ถ้าเทียบกับปริญญาก็อาจได้ปริญญาตรี ไปศึกษาต่อกับอุทุกดาบส สำเร็จอรูปฌาณ ถ้าเทียบกับปริญญาก็อาจได้ปริญญาโท  จากนั้นมาทำทุกรกิริยาที่ดงคศิริ ทำได้อุกฤติมากจนประมาณกันว่าไม่มีโยคีตนใดจะทำการทุกรกิริยาได้หนักหนาสาหัสเท่ากับพระพุทธเจ้า  แต่การบำเพ็ญดังกล่าวของพระพุทธองค์ไม่ประสบผลสำเร็จบรรลุมรรคผล  แต่ก็ถือว่าความพยายามของพระองค์ก็อาจเทียบเรียกได้ว่าประกาศนียบัตรชั้นสูงมาอีกใบ  แต่หลังจากนั้นท่านก็บำเพ็ญตามทางสายกลาง     เหมือนกับท่านได้จบปริญญาเอกสูงสุดสำเร็จมรรคผลตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้าได้  ซึ่งถ้าถามว่าที่พระพุทธเจ้าได้เรียนจบวิชาปริญญาเอกของท่านนั้น  โยคะศาสตร์ย่อมเป็นพื้นฐานที่สำคัญที่ทำให้ท่านประสบความสำเร็จได้เป็นอย่างดี    ซึ่งแม้แต่ทางศาสนาพราหมณ์หรือฮินดูก็ได้ถือว่าพระพุทธเจ้าเป็นพราหมณ์ผู้หนึ่งผู้ประสบความสำเร็จอย่างสูงสุด จนเกิดนวัตกรรมการค้นพบทางแห่งการพ้นทุกจ์ ซึ่งเรียกว่าอริยสัจสี่ขึ้นมาในโลก  จนตั้งให้พระพุทธเจ้าเป็นอวตารองค์หนึ่งของพระนารายณ์ ซึ่งเรียกว่าพุทธาวตาร

 

ซึ่งสาวกและผู้นับถือยุคหลังได้มุ่งพัฒนาจิตตามนวัตกรรมแห่งการพ้นทุกข์ของพระพุทธเจ้าอาจเทียบได้กับหลักสูตรปริญญาเอกตามแบบทางโลก  โดยละเลยหลักสูตรการฝึกจิตตามแนวทางแห่งโยคะ ซึ่งถือว่าเป็นหลักสูตรการพัฒนาศักยภาพการจิตที่เป็นสากลที่อาจเทียบได้กับหลักสูตรระดับปริญญาตรีและปริญญาโทที่พระพุทธเจ้าได้เคยศึกษาร่ำเรียนมาตอนเป็นฆราวาสและก่อนจะตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้า  เปรียบเทียบได้กับถ้าตัวเราเป็นนักเรียนที่จบการศึกษาระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6   แต่อยากจะจบการศึกษาระดับปริญญาเอก แต่ไม่สนใจที่จะเรียนหลักสูตรพื้นฐานในระดับปริญญาตรีและปริญญาโทตามลำดับ  แต่ฝืนยอมลำบากยอมเหนื่อยยากเรียนร่วมชั้นเรียนกับนักศึกษาปริญญาเอกก้มหน้าก้มตาเรียนไปไม่รู้เรื่องก็เรียนไป  กว่าจะเรียนจบได้ก็คงต้องใช้เวลาเรียนยาวนานมากเพราะขาดพื้นฐานตามหลักสูตรระดับปริญญาเอก  เป็นไปได้ไหมว่าทำไมทั้งพระภิกษุสงฆ์และฆราราสที่ต้องการฝึกจิตเพื่อบรรลุธรรม  ที่ปัจจุบันมีความยากลำบากต่อการพัฒนาศักยภาพจิตเป็นอย่างมากทั้งยังยากเย็นแสนสาหัสและใช้ระยะเวลายาวนานกว่าจะเป็นพระโสดาบันหรือพระอรหันต์ได้ ทำไมหนอการบรรลุธรรม เป็นพระโสดาบันหรือพระอรหันต์ของนักบวชและฆราวาสในยุคพุทธกาลนั้นทำไมจึงมันง่ายดายนัก  จากการศึกษาประวัติของพระพุทธเจ้าตามพระไตรปิฏก  นับว่าเป็นเรื่องที่น่าคิดมาก

ต้องยอมรับกันว่าพระสงฆ์ ในยุคพุทธกาลมีพื้นฐานในวิชาโยคะศาสตร์กันเป็นอย่างดี แม้แต่ชาวบ้านก็มีความรู้ดีในวิชาโยคะศาสตร์เนื่องจากในช่วงเวลาดังกล่าวโยคะศาสตร์ถือว่าเป็นความรู้ที่คนในยุคนั้นมีความรู้ความเข้าใจในวัตรปฏิบัติ เช่นเดียวกับคนไทยสมัยนี้ที่สนใจธรรมก็มักจะรู้แนวทางปฏิบัติทางจิตในพุทธศาสนามากมายทั้งที่ไม่ได้ไปบวช  ดังนั้นพวกเขาทั้งหลายมีความรู้พื้นฐานเช่นเดียวกับที่พระพุทธเจ้ามี   เวลาที่พระพุทธเจ้าเทศน์สอน ทำให้พวกเขาเหล่านั้นต่างก็บรรลุธรรมเป็นพระโสดาบัน พระอรหันต์ ได้อย่างง่ายดาย  เช่น ไปเทศนาธรรมที่เมืองราชคฤกห์ พบว่ามีกษัตริย์ โยคี และชาวบ้าน บรรลุธรรมระดับโสดาบัน ไม่ต่ำกว่าหมื่นคน ในการฟังพระธรรมจากพระพุทธเจ้าเป็นครั้งแรก ไม่ว่าจะเป็นโยคีหรือนักบวช แม้แต่ชาวบ้านธรรมดาต่างก็บรรลุธรรมชั้นสูงกันอย่างง่ายดาย ซึ่งทั้งหมดต่างก็เป็นผู้ที่ศึกษาวิชาโยคะศาสตร์อย่างล้ำลึก  สังเกตจากก่อนที่พระพุทธเจ้าจะเทศน์สั่งสอนพระองค์ท่านจะพูดว่า โยคาวจรทั้งหลาย ก็คือคนที่มาฟังธรรมกับพระองค์ล้วนแล้วแต่เป็นโยคีกันทั้งนั้น   แต่ทว่าพระสงฆ์ยุคปัจจุบัน  ไม่ได้ศึกษาวิชาโยคะศาสตร์ที่เป็นวิชาพื้นฐานระดับปริญญาตรี ปริญญาโทที่พระพุทธเจ้าเคยฝึกฝนก่อนที่จะค้นพบนวัตกรรมกรรมทางจิตในระดับปริญญาเอก อุปมาดั่งผู้ที่มีพื้นฐานแค่มัธยมหก  แต่ต้องการเรียนปริญญาเอก แทนที่จะเรียนระดับปริญญาตรี ปริญญาโทในสาขานั้นมาก่อนจึงค่อยเรียนปริญญาเอก  แต่กลับมุมานะเรียนระดับปริญญาเอกเลย โดยไม่ได้เรียนวิชาพื้นฐาน  ทำให้เกิดความยากลำบากอย่างแสนสาหัสในการที่จะบรรลุความสำเร็จในการศึกษา  ดังนั้นจะเห็นได้ว่าพระภิกษุที่กว่าจะโด่งดังเป็นพระเกจิ ต้องมีอายุมาก ๆ  เพราะกว่าจะประสบความสำเร็จในหลักสูตรปริญญาเอกที่ปราศจากวิชาพื้นฐาน จึงต้องใช้เวลาศึกษางมกันยาวนานกว่าจะรู้แจ้ง   ต่างกับในยุคพุทธกาล ดังนั้นถ้าข้าพเจ้าได้ดำเนินรอยตามด้วยการศึกษาความรู้ในระดับปริญญาตรี-โทของพระพุทธเจ้าในวิชาโยคะศาสตร์เพื่อเป็นพื้นฐานของตน คิดว่าคงไม่ผิดพลาด

 

 

เบื้องหลังในองค์ความรู้พื้นฐานแห่งการบูรณการวิชาคีตะโยคะ

คีตะโยคะคือ ศาตร์แห่งการบูรณาการความรู้ด้านพลังคลื่นเสียง ผสมผสานกับความรู้ทางด้านสมอง สมาธิและโภชนาการ เพื่อมีวัตถุประสงค์เพื่อ

  1. เสริมสร้างศักยภาพสมอง 

  2. เสริมสร้างพลังจิตและสมาธิ

  3. พัฒนาความคิดสร้างสรรค์

  4. เพื่อยกระดับศักยภาพมนุษย์

 

ความรู้ด้านสมอง  สำหรับการที่ข้าพเจ้าจบการศึกษาทางด้านวิทยาศาสตร์บัณฑิตที่เรียนมานับว่าช่วยทำให้เป็นพื้นฐานการค้นคว้าความรู้ทางด้านสมองและทางการแพทย์ได้เป็นอย่างดี 

ความรู้ทางด้านดนตรีคลาสสิก  ได้เคยเรียนวิชาดนตรีพื้นฐานทางดนตรีคลาสสิกมาจากที่มีโรงเรียนดนตรีสยามกลการซึ่งผลการเรียนที่ก้าวหน้าแต่น่าเสียดายที่ไม่ได้รับการสนับสนุนทางด้านดนตรีจากครอบครัวเท่าที่ควรเลยต้องหยุดพักการเรียนไป  แต่ก็ยังมีความทรงจำที่ดีอยู่และได้นำสิ่งนั้นมาช่วยเหลือในการศึกษาทางด้านดนตรีคลาสสิกในระดับหนึ่ง 

ความรู้ทางการศึกษาด้านสมาธิและโยคะศาสตร์ได้เริ่มต้นจากการศึกษา อันดับแรกแต่พื้นฐานเดิมยายของข้าพเจ้า นางเขียน สุพรรณเภษัช ได้ปลูกฝังข้าพเจ้าในด้านพุทธศาสนาด้านการปฏิบัติกรรมฐานในสายหลวงพ่อปานวัดบางนมโค และพระราชพรหมญาณ วัดท่าซุง   ซึ่งก็ได้แค่สมาธิพื้นฐานธรรมดาเท่านั้น  ท่องพุทโธ ธรรมโม  สังโฆ เท่านั้น มิได้ลึกซึ้งอะไร  จนระยะต่อมาที่บ้านของน้าของข้าพเจ้าที่ชื่อนางสาวสุวรรณา ร้ายบำรุง มีพระอาจารย์ทิพยนต์ อนุตโร ซึ่งเป็นพระกรรมฐานสายพระอาจารย์มั่น ภูริทัตโต มาสอนกรรมฐานที่บ้านของน้าบ่อย ๆ  ทำให้ได้มีโอกาสใกล้ชิดอุปปัฏฐากท่านเนือง ๆ  จนมาวันหนึ่งเกิดนิมิตที่สำคัญมากคือ ข้าพเจ้าได้นอนหลับและได้ฝันเป็นนิมิตประหลาดว่าได้พบท่านอาจารย์มั่น ภูริฑัตโต  เดินมาแล้วกล่าวกับข้าพเจ้าว่า  อเว พุทโธ  ซึ่งในตอนนั้นข้าพเจ้ายังตีความไม่ได้ว่าความหมายที่ท่านพระอาจารย์มั่นกล่าวไว้ในนิมิตนั้นหมายความว่าอะไร  ซึ่งในอีกกว่ายี่สิบห้าปีต่อมาจึงทำให้ข้าพเจ้าพอคาดเดาความหมายโดยนัยของคำกล่าวนี้ได้เป็นอย่างดี  ซึ่งข้าพเจ้าจะเฉลยความนัยนี้ในภายหลัง

ในช่วงเป็นอาจารย์มหาวิทยาลัยข้าพเจ้าเริ่มต้นสนใจในการศึกษาศาสตร์ฮวงจุ้ยด้วยเพื่อต้องการค้นคว้าหาความรู้จากภูมิปัญญาตะวันออก ข้าพเจ้าได้กว้านซื้อหนังสือต่างๆ เกี่ยวกับเรื่องนี้มามากมายประมาณเกือบ 40 เล่ม  เพราะติดนิสัยมาจากการเป็นอาจารย์เพราะว่าถ้าจะค้นคว้าเรื่องใดก็จะเจาะลึกในข้อมูลให้ลึกซึ้งมากที่สุด  โดยจนร้านค้านึกว่าข้าพเจ้านำไปไว้ที่ห้องสมุด จากการศึกษาพบว่าศาสตร์ฮวงจุ้ยให้ความสนใจในเรื่องของศาสตร์แห่งพลัง  ซึ่งถ้าจะเข้าใจในฮวงจุ้ยระดับสูงจะต้องพัฒนาสมาธิจิตในระดับสูงด้วยจึงจะเข้าถึงความรู้ที่ลึกลับเหล่านี้   ทำให้เริ่มหันมาให้ความสนใจเกี่ยวกับการฝึกจิตอีกครั้ง  โดยได้เริ่มเข้าไปศึกษาในวิชามโนมยิทธิ ของพระราชพรหมญาณ(หลวงพ่อฤาษีลิงดำ) วัดท่าซุง โดยฝึกที่สำนักย่อยของวัด ที่ซอยสายลมทำให้ได้วิชาด้านการสร้างมโนภาพเพื่อติดต่อกับมิติที่ 4 ได้ และได้ฝึกอยู่ประมาณ 3 เดือน ผลการฝึกก็ไม่ได้ก้าวหน้าอย่างไร ทั้งยังเกิดความสงสัยอะไรบางอย่างทำให้ได้หยุดฝึกไป 

ต่อมาเกิดเหตุการณ์สำคัญขึ้นทำให้ข้าพเจ้าต้องกระโจนเข้าสู่ศาสตร์ด้านจิตวิญญาณอย่างเต็มตัว  คือหลังจากการฝึกที่ซอยลานลมประมาณ 1 เดือน  วันหนึ่งข้าพเจ้าได้เดินเล่นที่ห้างซีคอนสแควร์  ได้ไปพบร้านหินที่ขายแท่งคริสตัลแท่งใหญ่ๆ สวยงามมากข้าพเจ้าได้ลองไปจับดู  ก็เกิดความประหลาดใจอย่างแรงที่ว่าทำไมมือของข้าพเจ้ากับแท่งคริสตัลจึงได้ผลักกันเหมือนกับแม่เหล็กต่างขั้ว  ทำให้ข้าพเจ้างุนงงและสงสัยทำให้เกิดความพยายามหาเหตุผลต่าง ๆ เพื่อที่จะอธิบายปรากฎการณ์นี้ให้ได้ 

ได้พยายามหาหนังสือที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้เพื่อหาคำอธิบาย  ข้าพเจ้าได้พบข้อมูลลาง ๆ  ในหนังสือลมปราณ ของมาสเตอร์วิชาพลังจักรวาลจ้าวก๊อกสุ่ย และในหนังสือโยคะ เพื่อพลังกายและพลังจิต ของ อาจารย์สุนีย์ ยุวจิตติ   ทำให้เข้าใจเหตุดังกล่าวเกิดขึ้นเป็นผลจากการปฏิบัติสมาธิจิต   ซี่งถ้าเราปฏิบัติได้อย่างถูกต้องจะทำให้เกิดพลังสั่นสะเทือนมีผลทำให้ธาตุเหล็กในร่างกายมนุษย์ที่อยู่ตามกระดูกรูปแบนต่าง ๆ เช่น กระดูกซี่โครง กระดูกแขน ขาว มือ เป็นต้น เกิดการเรียงตัวเป็นระเบียบ มีผลทำให้ตัวเรามีศักยภาพเป็นแม่เหล็กขึ้นมา  เกิดการพัฒนาประสาทสัมผัสที่หกเพิ่มขึ้นในการรับรู้อำนาจแม่เหล็กที่อยู่ในธรรมชาติได้

 ด้วยเหตุดังกล่าวทำให้สนใจศึกษาฝึกจิตตามแนวศาสตร์แห่งพลังในวิชาโยคะและวิชาพลังจักรวาลมากยิ่งขึ้น  โดยเฉพาะได้อ่านหนังสือโอมมณีปัทมาหุม  ซึ่งมีชื่อภาษาอังกฤษว่า The Third Eye   ผู้แต่งชื่อ ดร.   ล๊อบสัง  รัมปา  ซึ่งเป็นพระชั้นผู้ใหญ่ผู้มีอภิญญาตาทิพย์ชาวธิเบต เป็นแรงพลักดันที่สำคัญทำให้สนใจในการฝึกวิชาสมาธิในวิชาสายตันตระของลามะธิเบตและวิชาตาทิพย์   

วันหนึ่งข้าพเจ้าได้รับบันทึกลับการฝึกสมาธิธิเบตแบบต่าง ๆหลายสิบสมาธิ  ซึ่งเป็นการบันทึกจากคำสอนสมาธิธิเบตเก่าแก่ของลามะธิเบต ที่เนื้อหาดังกล่าวเดิมเคยได้เป็นเพียงคำกระซิบสอนเพียงสองต่อสองระหว่างครูฝึกกับศิษย์เท่านั้นสอน แต่เป็นเหตุมหัศจรรย์คำสอนเหล่านั้นได้ตกทอดมาเป็นหนังสือที่แหวกกฎเกณฑ์เดิม  ข้าพเจ้าได้พยายามฝึกสมาธิต่าง ๆ ในบันทึกนั้น  ที่มีสมาธิธิเบตต่าง ๆ หลายสมาธิ  เช่น  สมาธิพุทธะโอภาส  สมาธิสุริยันจันทรา สมาธินิลธารา  สมาธิสายรุ้ง  เป็นต้น   สมาธิที่ข้าพเจ้าฝึกได้ดีที่สุดก็คือสมาธิสุริยันจันทรา ที่จะต้องฝึกโดยให้ตามีดวงธรรม มองเห็นสมองและร่างกายกลายเป็นพลังแห่งเตโชธาตุและส่งพลังแห่งเตโชธาตุแผ่สว่างไปทั่วจักรวาล

 ในช่วงนั้นทำให้มีความมุมานะฝึกจิตอย่างเข้มงวดมากขึ้น  โดยใช้เวลาฝึกจิตอย่างหนักต่อเนื่อง 15 วัน 15 คืน ในสถานที่ต่าง ๆ  ได้พบความก้าวหน้าเพิ่มขึ้น ได้เกิดนิมิตประหลาดเป็นรูปดวงตา ที่สามารถมองเห็นได้ทั้งหลับตาและลืมตา  ทั้งสามารถย่อขยายให้ใหญ่และเล็กได้ แม้ให้ใหญ่คลุมท้องฟ้าทั้งหมดก็ขยายได้  ภายในดวงตานั้นมีดาวดวงเล็กดวงหนึ่งดวงเล็กมากเล็กจนขนาดเล็กกว่าศูนย์กลางเส้นผม  แต่ทว่าส่องประกายสดใสเป็นประกายพรึกงามเหมือนดวงดาวในท้องฟ้า และเมื่อขณะหลับตาฝึกสมาธิเพ่งจิตไปที่ดวงตานั้นก็ปรากฏว่าแสงสว่างกระจายไปทั่วเหมือนกับว่าในตนเองเหมือนมีแสงสว่างอยู่ และเมื่อหลับตาก็รู้สึกว่ามันเหมือนเห็นสิ่งแวดล้อมรอบตัวลาง ๆ เหมือนกับลืมตามองดู ในสภาพของการมีแสงลาง ๆ เหมือนพระอาทิตย์ตกแล้วเห็นรูปร่างแต่ไม่เห็นรายละเอียด  ทำให้ข้าพเจ้าแปลกใจมาก  ข้าพเจ้าไม่แน่ใจตนเองกลัวจะคิดไปเองก็ลองเอาหมอนปิดตา  ผลก็คือก็พบปรากฎการณ์เหมือนเดิม   บางทีสิ่งนี้ใช่ไหมที่เรียกว่าตาทิพย์ อัญมณีแห่งการฝึกสมาธิ ที่ทุกคนอยากได้ 

ดวงตาดวงนั้นได้เปิดโลกแห่งวิญญาณให้ข้าพเจ้าได้สัมผัสรวมทั้งเพิ่มศักยภาพในวิถีแห่งพลังแก่ข้าพเจ้า   ข้าพเจ้าพยายามหาคำตอบว่าสิ่งนั้นเรียกว่าอะไร  จนมาได้คำตอบจากการศึกษาราชาโยคะ,ท่านศรีสัตยาไสบาบา และลูกศิษย์ในดงของพระเทพโลกอุดร  ได้บอกข้าพเจ้าว่าสิ่งนั้นคือสัญญลักษณ์แห่งมหาเทพแห่งจักรวาลมหาโยคีพระศิวะ ซึ่งท่านถือว่าเป็นมหาโยคีที่บรรลุธรรมขั้นสูงสุด  พลังของท่านมีแต่ความเมตตาสูงสุดครอบคลุมและดูแลผู้ฝึกโยคะทั้งปวงให้ประสบความสำเร็จในการปฏิบัติธรรม  การที่มาแสดงเป็นนิมิตให้ได้เห็น แสดงว่าท่านได้มาอนุโมทนาการปฏิบัติดีปฏิบัติชอบ เป็นบุญนักที่ได้รับสิ่งนี้มาพึงรักษาไว้ให้ดี  จากผลการฝึก 15 วันของข้าพเจ้า การปฏิบัติสมาธิธรรมของข้าพเจ้ามีความก้าวหน้ามากอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน  

ทำให้ข้าพเจ้าระลึกไปในสมัยพุทธกาลว่าทำไมคนยุคพุทธกาลจึงบรรลุพระอรหันต์กันง่ายมาก  ข้าพเจ้าคิดว่าเขาคงมีพื้นฐานในด้านโยคะกันมาก  เพราะวิชาโยคะในยุคนั้นคงเป็นเสมือนวิถีชีวิตของพวกเขา  พระพุทธองค์ท่านก็เคยสำเร็จเป็นมหาโยคีมาก่อนที่จะตรัสรู้มาเป็นพระพุทธเจ้า พื้นฐานโยคะน่าจะเป็นพื้นฐานสำคัญในการปฏิบัติธรรมของพุทธองค์  แม้แต่มรรถปฏิบัติของชาวพุทธที่ทำกันอยู่ตลอดเวลา ก็เป็นส่วนหนึ่งของท่ามุทธาของโยคี  สิ่งเหล่านี้ที่พวกเรามักมองข้ามกันไป  การที่ข้าพเจ้าจะเลียนแบบพระพุทธองค์ในการพัฒนาทางจิตข้าพเจ้าคิดว่าคงจะไม่ผิดทาง

จากผลการปฏิบัติที่กล่าวมาได้เป็นกำลังใจที่ทำให้ข้าพเจ้าสนใจในการฝึกพัฒนาจิตมากยิ่งขึ้น  ทำให้ในระยะต่อมาจึงได้ไปฝึกวิชาจากสำนักต่าง ๆ ที่เปิดสอนอย่างเป็นทางการเพิ่มเติมได้แก่ วิชาพลังจักรวาลระดับ 1 จนถึง ระดับ 4  จากท่านอาจารย์เลืองมินด๊างนาสิรา นาราดา  อาจารย์ใหญ่ของวิชาพลังจักรวาล ชาวเวียดนาม ,   วิชาพลังปิรามิดไขกระดูก   จากฆราวาศธรรมนิรนาม ,วิชากรรมฐานธาตุ 4 จากลูกศิษย์ในดงพระเทพโลกอุดร ,วิชาสมาธิธิเบตระดับต้นถึงระดับสูง และวิชาอภิวัฒน์สมองจากอาจารย์สถิตย์ธรรม  เพ็ญสุขศูนย์พัฒนาพลังชีวิต ,วิชาอาณาปานสติ 16 ขั้น จากพระครูศรีกิตติสุนทร พระอาจารย์สอนวิปัสนากรรมฐานแห่งวัดเบญจมบรพิตรตลอดจนได้ศึกษาวิชาสหัสจะโยคะ ของท่านคุณแม่ศรีมาตาจี  ทำให้ได้รับความรู้และการพัฒนาทางจิตวิญญาณเพิ่มพูนอย่างมาก 

ในปี2541  ได้จัดตั้งศูนย์อภิวัฒน์ปัญญา ทำการวิจัยในเด็กระดับปฐมวัยหลายงานวิจัย  เพื่อหาแนวทางดนตรีมาใช้เพื่อการพัฒนาศักยภาพมนุษย์  ที่เรียกว่ากิจกรรมอภิวัฒน์ปัญญาเช่น การพัฒนาการทางสติปัญญาของเด็กปฐมวัยด้วยกิจกรรมอภิวัฒน์ปัญญา ,การพัฒนาการนอนกลางวันด้วยกิจกรรมอภิวัฒน์ปัญญาและการพัฒนาสมาธิด้วยกิจกรรมอภิวัฒน์ปัญญา ผลการวิจัยประสบความสำเร็จเป็นที่น่ายินดี  สำหรับผลพลอยได้ที่ได้รับจากการวิจัยคือสามารถคัดเลือกเพลงที่เหมาะสมและเรียบเรียงเป็นชุดดนตรีต่าง ๆ ออกมามากมาย

ภายหลังในปี 2544-2545  ได้ศึกษาวิชาพลังจักรวาลในระดับสูง คือระดับ 6  และ 6 พิเศษ - ระดับ 7 และ7 พิเศษ   มีความประทับในพลังแห่งการเปิดจักระที่ใช้พลังแห่งมิติที่ 4 ของท่านอาจารย์เลืองมินด๊าง ดาสิรานาราดา อาจารย์ใหญ่แห่งวิชาพลังจักรวาลที่เคารพของข้าพเจ้า ซึ่งช่วยพัฒนาและสร้างสรรค์ประสบการณ์ทางจิตวิญญาณของข้าพเจ้าให้ก้าวหน้าขึ้น  ทำให้เกิดแนวคิดที่จะหลอมรวมวิชาต่าง ๆ ที่ได้ร่ำเรียนมาประยุกต์ใช้ให้เกิดประโยชน์ในระดับกว้างมากขึ้น 

ในปี 2545 ได้ทดลองจัดหลักสูตรการพัฒนาศักยภาพมนุษย์ด้วยดนตรีและพลังโยคะ ระยะเวลา 2 วัน  สำหรับผู้มีอายุเกินกว่า 14 ปี   เนื่องจากพบปัญหาที่มีผู้สงสัยเกี่ยวกับการฝึกวิชาด้านพลังลมปราณหรือพลังจักรวาลว่าพลังที่ส่งออกมารักษาโรคมีจริงไหม พิสุจน์ได้หรือไม่ หรือแม้แต่ผู้เรียนเองที่มีการปฏิบัติไม่เข้มแข็งก็อาจเกิดความสงสัยเสียเองและเลิกเรียนไปในที่สุด ทำให้ข้าพเจ้าได้พัฒนาแนวทางการพัฒนาด้านการฝึกพลังแบบใหม่ในหลักสูตรดังกล่าวขึ้น เพื่อสามารถทำให้เกิดผลให้เห็นเป็นรูปธรรม พิสูจน์ได้ด้วยตนเองในทันทีที่เรียนจบว่าพลังนั้นมีอยู่จริง  โดยเมื่อเข้าโปรแกรมใหม่ที่จัดขึ้น เมื่อผู้ฝึกเข้าสู่สภาวะกายศักสิทธิ์หรือสภาวะกายแม่เหล็กชีวภาพตามหลักสูตรแล้ว  เขาจะสามารถมีการเพิ่มพูนของอำนาจพิเศษแห่งประสาทสัมผัสเกี่ยวกับพลังธรรมชาติและพลังจักรวาลรอบตัวเขาและสามารถทดสอบความมีอยู่แห่งพลังได้ด้วยตนเอง เมื่อทำการกระตุ้นพลังแห่งจักระนำไปสู่การพัฒนาศักยภาพของร่างกายให้เข้าสู่สภาวะกายศักสิทธิ์หรือสภาวะกายแม่เหล็กชีวภาพ  ซี่งเป็นสภาวะที่จักระในร่างกายได้ถูกเปิดออกมาทุกจักระอย่างสมบูรณ์สู่สภาวะทิพย์ เป็นการยกระดับศักยภาพมนุษย์ของพลังแห่งประสาทสัมผัสพิเศษเบื้องต้นขึ้นมา พบว่าการจัดอบรมในหลักสูตรนี้ผู้อบรม ประสบความสำเร็จด้วยดี    บรรลุสภาวะกายศักสิทธิ์หรือการแม่เหล็กชีวภาพ สามารถมีประสาทสัมผัสพิเศษด้านพลังธรรมชาติรอบตัวได้ในระยะเวลาอันสั้น ระยะเวลาเร็วสุด 10  นาที  ช้าสุด  2 วัน  นับว่าเป็นแนวทางหนึ่งแห่งการพัฒนาศักยภาพมนุษย์ อันจะเป็นการแสดงให้เห็นสภาวะธรรมที่เกิดขึ้นจริง เป็นการยืนยันคำพูดของพุทธองค์ที่ว่าทุกคนมีความเป็นพุทธะหรือมีเมล็ดโพธิสัตย์อยู่ในตัวคนทุกคน และเป็นจุดเริ่มต้นของการก้าวกระโดดสู่มรรคาการแสวงหาทางจิตวิญญาณต่อไป 

จากการศึกษาด้านดนตรีบำบัดกว่า13  ปี ได้ข้อสรุปพบว่า ดนตรีกลุ่มที่มีอิทธิพลอย่างสูงต่อการพัฒนาศักยภาพสมองเด็กเหล่านั้นเป็นที่สุด  ได้แก่กลุ่มดนตรีคีตะจักรา   ดนตรีกลุ่มนี้เป็นเสมือนกลุ่มแกนหลักที่ผมนำไปใช้ในการวิจัยมาตลอดมา    ซึ่งจากการวิจัยพบว่าดนตรีกลุ่มนี้เป็นกลุ่มดนตรีที่ทรงประสิทธิภาพมากที่สุดในโลกต่อการพัฒนาศักยาพมนุษย์ มันสามารถยกระดับศักยภาพสมอง,สมาธิ,และยกระดับพลังจิตได้อย่างสูงส่ง  ดนตรีกลุ่มนี้ค่อนข้างหายากมาก ๆ  และมีความลึกลับซับซ้อนในการเข้าถึงเพื่อที่จะประยุกต์ใช้ ต้องมีความรู้ความเข้าใจที่มากพอ  ในความรู้ทางด้านสมาธิ,พลังคลื่นเสียงทางด้านสมองและระบบจักระในวิชาโยคะศาสตร์  ซึ่งถ้าถ่ายทอดกับผู้คนทั่วไปอาจจะยากต่อการเข้าใจและเข้าถึง โดยเฉพาะกับคนไทยทั่วไปที่อาจยึดติดกับพุทธศาสนา  ทั้งที่โยคะเป็นศาสตร์สากลแห่งการพัฒนากายและจิตยืนยงมากว่าห้าพันปี   รวมทั้งเทคนิคการใช้ดนตรีกลุ่มนี้อย่างเหมาะสมก็มีความซับซ้อนอย่างมาก  ทำให้ที่ผ่านมายังไม่กล้าที่จะรับเผยแพร่วิชานี้กับบุคคลภายนอกอย่างเป็นทางการ  เกรงว่าการสอนความรู้ทางด้านโยคะศาสตร์ที่เกี่ยวข้องอาจจะเสียภาพพจน์ในสถานะภาพของครูอาจารย์ในโรงเรียนพุทธศาสนา

    จากการที่มีผู้คนจำนวนมากต้องการจะศึกษาความรู้ในเรื่องนี้  แต่ทว่ามีปัญหาความยากลำบากในการถ่ายทอดศาสตร์นี้ออกไป  เพราะการศึกษาในวิชานี้ค่อนข้างเป็นเรื่องยุ่งยากเนื่องจากเป็นวิชาบูรณาการความรู้หลายสาขาวิชา ได้แก่วิทยาศาสตร์ทั่วไป วิทยาศาสตร์ด้านสมอง  ความรู้ด้านดนตรี  ความรู้ด้านสมาธิ และความรู้ทางโยคะศาสตร์  ทำให้ที่ผ่านมาข้าพเจ้าก็เก็บความรู้นี้ไว้ที่ตัวข้าพเจ้ามาตลอดไม่ได้ถ่ายทอดให้ใคร ปีที่ผ่านมา พ.ศ. 2549  ข้าพเจ้าประสบกับการป่วยที่ไม่คิดว่าตัวเองอาจจะต้องตายไป  คือมีอาการเป็นหวัดต่อเนื่องมีเสมหะติดต่อกันหลายเดือน มีวันหนึ่งไอต่อเนื่องแล้วจู่ ๆ ก็เป็นลมสลบถ้าไม่มีภรรยาที่เป็นพยาบาลปลุกขึ้นมาก็คงเสียชีวิตไปแล้ว หรือไม่ก็กลายเป็นเจ้าชายนิทรา  คนที่เคยจะตายแล้วไม่ตายชีวิตมันก็ต้องมีการเปลี่ยนแปลงไปมากพอสมควรในเรื่องของชีวิตและจิตวิญญาณ 

ประกอบกับได้ดูภาพยนตร์อินเดียเรื่องหนึ่งที่ได้พูดหญิงสาวคนหนึ่งที่นั่งร้องไห้กับญาติมิตรเนื่องจากสามีเป็นลมตาย พอดีมีมหาโยคีพร้อมสาวกจำนวนมากเดินผ่านมา  ท่านมหาโยคีมองดูแล้วกล่าวรำพึงว่า ชายผู้นี้ยังไม่ถึงที่ตาย พลันเดินมาที่ศพชายผู้นั้นแล้วเอามือลูบศีรษะเบา ๆ แล้วพูดว่าตื่นเถิดนอนนานแล้ว  ปรากฎอย่างน่ามหัศจรรย์ว่าชายคนนั้นสามารถฟื้นตื่นขึ้นมามีชีวิตอีกครั้งพร้อมกับขอติดตามมหาโยคีเป็นศิษย์  แต่ท่านปฏิเสธที่จะรับชายผู้นั้นเป็นศิษย์  และปัดให้ไปดูแลภรรยาของเขาแทน  แต่ภรรยาของชายผู้นั้นกลับอ้อนวอนขอให้สามีของตนไปเป็นศิษย์รับใช้แก่ท่านมหาโยคี  เพราะเธอได้คิดหลังจากการเสียชีวิตของสามีได้ว่า  การแสวงหาความสุขของบุคคล  นั้น  ความสุขของบุคคลที่แท้จริงมิได้อยู่ที่การแสวงหาความสุขต่าง ๆ ให้กับตนเอง ความสุขที่แท้จริงนั้นควรมอบให้แก่ผู้อื่น

  ด้วยเหตุนี้ผมเลยเกิดความคิดที่จะเผยแพร่ความรู้ที่มีอยู่เผยแพร่สู่สาธารณะชน เพื่อลดอัตตาและความอหังการในที่มีอยู่ลง   เพื่อมุ่งสู่การพัฒนาจิตในขั้นต่อไป โดยจะเปิดเผยในความลับของงานวิจัยที่ทำอยู่อย่างไม่ปิดบัง  หวังว่างานที่เผยแพร่ไปอาจจะเป็นประโยชน์ต่อโลกบ้างไม่มากก็น้อย  หวังว่าขอมีคนรับรู้ได้เพียงหนึ่งหรือสองคนผมก็ถือว่าได้ทำหน้าที่ของผมแล้ว  

ผมจึงแต่งหนังสือคีตะโยคะเป็นศาสตร์แห่งบูรณาการนี้ขึ้นมาเพื่อเป็นการเผยแพร่ความรู้เกี่ยวกับแนวทางใหม่แห่งการพัฒนาศักยภาพมนุษย์  เพื่อจักให้ความรู้นี้เป็นประโยชน์ต่อสาธารณะชนสืบไป  และทำหลักสูตรคีตะโยคีสำหรับฝึกอบรมให้กับบุคคลภายนอกที่สนใจจะนำความรู้เรื่องพลังคลื่นเสียงไปใช้เพื่อการพัฒนาคุณภาพชีวิต  โดยผู้จบหลักสูตรจะได้รับซีดีเพลงพัฒนาศักยภาพตามระดับการเรียนรู้ เพื่อให้สามารถนำความรู้ไปใช้ในระดับปฏิบัติการเบื้องต้นได้  จากผลการกระทำดังกล่าวอาจจะเป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยพัฒนามนุษยชาติและสร้างประโยชน์ฝากไว้ในโลกตามความตั้งใจ  ปัจจุบันทางโรงเรียนถนอมพิศวิทยาเป็นโรงเรียนหนึ่งที่ส่งเสริมกิจกรรมทางพุทธศาสนาเป็นอย่างมาก  มีการจัดกิจกรรมต่าง ๆ ในวันสำคัญทางศาสนา และให้เด็กนักเรียนได้ฝึกสมาธิตามแนวพุทธ  และได้มีพระภิกษุสงฆ์เข้ามาฝึกสอนอบรมบ่มความรู้ในการพัฒนาคุณธรรมและจริยธรรมภายในโรงเรียน  มีกิจกรรมการจัดค่ายคุณธรรมทุกระดับชั้น   

ดังนั้นการนำแนวทางความรู้ในเรื่องคีตะโยคะที่มีข้อดีด้านการพัฒนาศักยภาพสมองและสมาธิของนักเรียนมาประยุกต์ใช้ภายในโรงเรียน  จะช่วยลดปัญหาการขาดสมาธิที่เป็นปัญหาสำหรับเด็กนักเรียนยุคปัจจุบัน ซึ่งจะเป็นการสนับสนุนให้นักเรียนมีคุณภาพและศักยภาพสูงขึ้น  แต่เดิมเคยนำไปประยุกต์ใช้ในกับนักเรียนระดับปฐมวัย ชั้นอนุบาล 1-2 ในช่วงพักนอนกลางวัน  ซึ่งได้ผลดีมาก  สำหรับในปีการศึกษา 2553 จะขยายผลนำมาประยุกต์ใช้สำหรับนักเรียนระดับชั้นประถมศึกษาต่อไป 

สุดท้ายขอขอบคุณท่านผู้อ่านทุกท่านที่ได้เสียสละเงินซื้อหนังสือเล่มนี้ทุกท่านและผู้อ่านหนังสือนี้ในเวปไซต์ www.ariyasoumd.com  ทุกคน  คุณความดีในหนังสือเล่มนี้ขอมอบให้กับพระพุทธเจ้าที่เป็นศาสดาเอกแห่งโลก  มหาเทพโยคีพระศิวะ,ท่านดาสิรา นาราดา ปรมาจารย์แห่งวิชาพลังจักรวาล  , คุณแม่ศรีมาตาจี ปรมาจารย์แห่งวิชาสหัจโยคะ , อาจารย์สถิตย์ธรรม  เพ็ญสุข อาจารย์ด้านดนตรีบำบัด คนแรกของข้าพเจ้า  ณ ศูนย์พัฒนาพลังชีวิต ,เทพพรหมเทวดาแห่งมหาพลังมิติที่4,คุณบิดามารดาอาจารย์,คีตกวีผู้รจนาดนตรีทุกท่านที่ได้สร้างผลงานอันทรงคุณค่าทิ้งไว้ในโลก 

 

                                                                                                                                                     อริยะ     สุพรรณเภษัช

                                                                                                                                                        6    สิงหาคม   2553

 







Copyright © 2010 All Rights Reserved.

โรงเรียนถนอมพิศวิทยา
ที่อยู่ :  เลขที่1810 เขต :  วังทองหลาง แขวง : วังทองหลาง
จังหวัด :กรุงเทพมหานคร.     รหัสไปรษณีย์ : 10310
เบอร์โทร : 02-5394968      มือถือ :  0818033630
อีเมล : ariyasound@thaimail.com
เว็บไซต์ : www.ariyasound.com